ดร.มานะชำแหละคอร์รัปในสถาบันการศึกษา หลอกตัวเองโกงสังคม

ดร.มานะชำแหละคอร์รัปในสถาบันการศึกษา หลอกตัวเองโกงสังคม

View icon 62
วันที่ 11 ก.ค. 2567 | 12.11 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ดร.มานะชำแหละคอร์รัปชันในสถาบันการศึกษา ซื้อปริญญาหลอกตัวเองโกงสังคม แก้ไม่ตกจ่ายครบจบแน่ ป.โท/เอก แบบเน้นจบไม่เน้นเรียน

ซื้อวุฒิการศึกษา วันนี้ (11 ก.ค.67) ดร. มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ให้ความเห็นเกี่ยวกับการซื้อปริญญาว่า คนซื้อปริญญาย่อมต้องการของแท้จากสถาบันการศึกษา แต่บางคนโชคร้ายถูกคนขายยัดของปลอมมาให้ อย่างไรก็ตาม ยังมีคนอีกมากที่ซื้อทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นของปลอม

คนซื้อปริญญาพวกหนึ่งเอามาเพื่ออวดอ้างตามค่านิยม แต่อีกพวกซื้อไปใช้ประกอบวิชาชีพหรือเป็นวิทยฐานะในการสมัครงาน พวกหลังนี้เป็นตัวอันตรายจากผลร้ายที่เขาอาจก่อขึ้น แล้วแต่ว่าเขาทำอาชีพอะไร เช่น เป็นครูบาอาจารย์ นักการเมืองใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งหรือรับตำแหน่งในรัฐสภาตามที่เป็นข่าวดัง บางคนใช้ปริญญาโท/เอก เพื่อให้ได้สิทธิพิเศษในการสอบเป็นผู้พิพากษาหรืออัยการผ่านสนามเล็ก บางคนใช้เพื่อทำตำแหน่งทางวิชาการ ผศ. รศ. ได้เร็วขึ้น บางคนใช้เพื่อทำธุรกิจเช่น เปิดโรงเรียน ฯลฯ

ดร.มานะ ระบุว่า ข่าวการซื้อขายปริญญามักเกิดจากมหาวิทยาลัยเอกชนขนาดกลางหรือเล็ก ส่วนมหาวิทยาลัยของรัฐยุคนี้ทำได้ยาก เพราะอาจถูกตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย เคยมีบ้างเมื่อเจ้าหน้าที่ทุจริตแอบเพิ่มรายชื่อคนขาดคุณสมบัติ เพื่อขออนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย 

ปัญหาแก้ไม่ตกคือ “จ่ายครบ จบแน่” ตามหลักสูตรหรือมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน ที่ให้คนจ่ายเงินลงทะเบียนเข้าเรียนจริง แต่เรียนพอเป็นพิธีไม่เน้นความรู้ ถ้าต้องทำวิทยานิพนธ์ก็จ้างคนอื่นเขียนให้ บางหลักสูตรใช้เวลาแค่ไม่กี่เดือนก็จบแล้ว พวกนี้มองแต่การค้าต้องการคนมาเรียนมาก ๆ เพื่อทำกำไร

ยังมีพวกอยากได้ปริญญาโท/เอก แบบเน้นจบไม่เน้นเรียนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่เข้าเรียนจริงแต่จ้างคนอื่นเขียนวิทยานิพนธ์ให้ เคยมีคดีดังเป็นอุทาหรณ์คือ เจ้าหน้าที่รัฐที่มีตำแหน่งใหญ่โตแล้วมาเรียนปริญญาเอก แต่ก๊อปปี้งานวิจัยของคนอื่นหรือรายงานของทางราชการ มาแอบอ้างเป็นผลงานของตน

เมื่อเร็ว ๆ นี้เกิดข่าวพิสดารคือ มีบางคนยอมจ่ายเงินจำนวนมากแลกกับการ “ใส่ชื่อ” ตนเป็นเจ้าของหรือเจ้าของร่วมงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในต่างประเทศเพื่อนำมาเป็นหลักฐานยื่นขอตำแหน่งวิชาการ ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องหรือมีความรู้ในผลงานนั้นเลย ทำนองเดียวกับอาจารย์ในมหาวิทยาลัยบางท่านมีชื่อเป็นเจ้าของงานวิจัยเพียงโอนเงินผ่านเว็บไซต์

คอร์รัปชันที่กัดเซาะคุณภาพคน/คุณภาพสังคมผ่านการศึกษาของชาติเหล่านี้มักเกิดจากตัวบุคคล แต่ส่วนใหญ่ทำกันเป็นกลุ่มในมหาวิทยาลัย มีบางเครือข่ายที่ขยายอิทธิพลไปสู่ระดับภูมิภาคและระดับชาติสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง เช่น การซื้อขายตำแหน่งวิชาการ หมุนเวียนกันเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย อธิการและผู้บริหารระดับต่าง ๆ เป็นกรรมการประเมินผลงานวิชาการ กรรมการพิจารณาให้ทุนวิจัยหรือทุนการศึกษา เป็นต้น ขอให้สังเกตว่าคอร์รัปชันที่กล่าวมานี้ไม่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างฯ ไม่ได้เบียดบังเงินหลวง แต่เป็นการใช้ทรัพยากรและอำนาจของหน่วยงานเป็นเครื่องมือหากิน

ดร.มานะ ระบุทิ้งท้ายว่า น่าเป็นห่วงว่าคอร์รัปชันในมหาวิทยาลัยยังเป็นเรื่องรู้กันเพียงวงใน ซึ่ง ดร.มานะยังสืบค้นไม่พบว่าเคยมีนักวิชาการท่านใดสำรวจหรือศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบไว้ แต่แน่นอนว่าการซื้อขายปริญญาเป็นเพียง 1 ใน 100 เรื่องราว “คอร์รัปชันในสถาบันการศึกษา” ซึ่งทุกอย่างจะหยุดได้หากทุกคนร่วมมือกันฟื้นฟู “ธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัย” ของตัวเอง ด้วยการไม่ทน ไม่นิ่งเฉยปล่อยให้องค์กรเสื่อมเสีย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง