สระแก้วคุมเข้ม หลังกัมพูชาพบไข้หวัดนกรายที่ 7

สระแก้วคุมเข้ม หลังกัมพูชาพบไข้หวัดนกรายที่ 7

View icon 61
วันที่ 11 ก.ค. 2567 | 14.57 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ชายแดนสระแก้วคุมเข้ม หลังกัมพูชาพบไข้หวัดนกรายที่ 7 เด็กหญิง 5 ขวบ พี่ของเด็กชาย 3 ขวบ มีประวัติสัมผัสไก่ป่วยตายในหมู่บ้านและนำมาปรุงอาหาร สธ.กำชับซักประวัติผู้ป่วยที่มาด้วยอาการปอดอักเสบทุกราย ว่ามีประวัติการสัมผัสสัตว์ปีกหรือไม่

วันนี้ (11 ก.ค. 67) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากงานระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว กรณีกระทรวงสาธารณสุขกัมพูชาพบผู้ป่วยไข้หวัดนก H5N1 รายล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ก.ค.67 เป็นเด็กหญิงอายุ 5 ขวบ อาศัยอยู่จังหวัดตาแก้ว ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ นับเป็นผู้ป่วยรายที่ 7 ของกัมพูชาในปีนี้ โดยผู้ป่วยอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันกับผู้ป่วยรายที่ 6 ซึ่งเป็นน้องชายอายุ 3 ขวบ ที่ตรวจพบเชื้อก่อนหน้านี้

ผู้ป่วยทั้ง 2 คน มีประวัติสัมผัสไก่ที่ป่วยตายในหมู่บ้านและครอบครัวนำมาปรุงอาหาร จึงรับเชื้อไวรัสไข้หวัดนกเข้าสู่ทางเดินหายใจโดยการสัมผัส ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ป่วยไข้หวัดนกที่พบในกัมพูชาส่วนใหญ่กลุ่มเสี่ยงสูงเป็นเด็ก โดยติดเชื้อถึง 6 คน และเป็นผู้ใหญ่ 1 คน ผู้ป่วยทุกคนมีประวัติการสัมผัสกับซากสัตว์ปีกหรือสัตว์ปีกที่กำลังป่วย

นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า สำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัดที่มีพรมแดนติดกัมพูชา โดยเฉพาะจังหวัดสระแก้ว ซึ่งมีพรมแดนติดกับจังหวัดตาแก้วของกัมพูชา ได้ร่วมกับด่านควบคุมโรคชายแดนไทยกัมพูชา เข้มงวดการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งโรงพยาบาลในทุกจังหวัดได้มีการเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกอย่างเข้มข้น โดยซักประวัติผู้ป่วยที่มาด้วยอาการปอดอักเสบทุกราย ว่ามีประวัติการสัมผัสสัตว์ปีกหรือไม่ โดยเฉพาะปอดอักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุและเข้าโรงพยาบาลคราวละหลายคน เพื่อคัดกรองและแยกผู้ป่วยออกทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ได้ประสานความร่วมมือกับปศุสัตว์จังหวัดในการเฝ้าระวังสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายไม่ว่าด้วยสาเหตุใด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อมาสู่สัตว์อื่นหรือคน

สำหรับประชาชนทั่วไป ขอย้ำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตาย หากจำเป็นต้องสัมผัสกับสัตว์ปีกในระยะที่มีการระบาดในพื้นที่ ต้องสวมหน้ากากอนามัยและถุงมือเพื่อป้องกัน ที่สำคัญ ห้ามนำซากสัตว์ปีกที่ป่วยตายไปปรุงอาหารหรือให้สัตว์อื่นกินเด็ดขาด หมั่นล้างมือทุกครั้งหลังจากสัมผัสสัตว์ปีกด้วยน้ำ และสบู่ และหากมีอาการไข้ ไอ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาชีพเลี้ยงสัตว์ปีก เช่น เป็ด ไก่ หรือผู้ที่มีอาชีพขนส่ง/ชำแหละ/ขายสัตว์ปีก หรือเกี่ยวข้องกับซากสัตว์ ให้รีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยตายด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง