ห้องข่าวภาคเที่ยง - ป้ายโฆษณาชวนอึ้ง โซเชียลมีเดียแห่วิพากย์วิจารณ์ ขึ้นป้ายขนาดใหญ่ชวนซื้อพาสปอร์ตย้ายประเทศ กลางสี่แยกห้วยขวาง ถนนรัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวช่อง 7HD ลงพื้นที่ พบกำลังมีคนมาปลดป้ายออกพอดี
เป็นกระแสในโลกออนไลน์หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพป้ายโฆษณาภาษาจีน ชักชวนซื้อหนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ตย้ายประเทศ อยู่บริเวณกลางสี่แยกห้วยขวาง ถนนรัชดาภิเษก แบบโจ่งแจ้ง
ป้ายโฆษณาจะเป็นภาษาจีน ได้ความหมายมาว่าในภาพโฆษณาเป็นการชักชวนให้ซื้อพาสปอร์ตย้ายประเทศ มีทั้งอินโดนีเซีย, วานูอาตู, กัมพูชา และตุรกี ไม่มีประเทศไทย พร้อมทั้งมีข้อความชวนเชื่ออีกว่า "30 วันได้สัญชาติ สัญชาติที่ 2", "ปลอดภัยเป็นความลับ ทำเสร็จค่อยจ่ายเงิน" และ "รับสมัครตัวแทนทั่วโลก" พร้อมระบุราคาชัดเจน
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สี่แยกห้วยขวาง ถนนรัชดาภิเษก เช้านี้มีการปลดป้ายโฆษณาลงแล้วในช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ซึ่งผู้ที่มาปลดป้ายไม่ได้ให้ข้อมูลใด ๆ บอกเพียงว่า เมื่อ 2-3 วันก่อน มีคนมาจ้างให้ติดป้ายโฆษณา แต่ไม่รู้รายละเอียดว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และเมื่อช่วงเช้าได้มีคำสั่งให้มาปลดออกทันที เช่นเดียวกับผู้ที่อยู่ในละแวกนั้น บอกว่าเพิ่งจะเห็นมีการมาติดป้ายไม่นาน ล่าสุด ตำรวจ สน.ห้วยขวาง มาเชิญตัวผู้ที่มาปลดป้ายไปให้ข้อมูลแล้วด้วย
เจ้าของพื้นที่ให้ติดป้ายโฆษณาดังกล่าวได้เปิดเผยว่า ได้รับการติดต่อจากคนจีนที่อยู่ในประเทศไทย มีความประสงค์ที่จะลงเกี่ยวกับบริษัททางประเทศสิงคโปร์ ที่รับทำพาสปอร์ต ที่ส่งมาเป็นภาษาจีน ซึ่งตนดูเรื่องของความถูกต้องตามระบบเสียภาษีของประเทศไทย แต่พอเรื่องนี้เป็นกระแสข่าวในโซเชียล จึงทำให้ตนรู้สึกตกใจ เมื่อแปลข้อความออกมาแล้วจึงสั่งปลดป้ายทันที ซึ่งติดได้เพียง 1 วัน เพื่อรับผิดชอบต่อสังคม โดยได้ไปเจรจากับลูกค้าว่า เรื่องนี้ไม่ถูกต้อง ซึ่งยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ตนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่มีเจตนาใด ๆ และขอยืนยันว่าตนไม่ได้มองเรื่องเงินเป็นหลัก แต่มองเรื่องของธรรมาภิบาล
เจ้าของเฟซบุ๊กที่ลงภาพและข้อความได้มาให้ข้อมูลกับ สน.ห้วยขวาง สงสัยว่า ป้ายโฆษณาสามารถที่จะทำพาสปอร์ตย้ายประเทศได้ด้วยหรือ จึงได้โพสต์ตั้งคำถามไป และเพื่อนเคยโทรศัพท์ พร้อมติดต่อตามที่ให้ไว้ในป้ายโฆษณา สามารถติดต่อได้ แต่ตอนเช้าได้ปิดช่องทางการติดต่อทั้งหมด
มีรายงานจากสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองว่า สามารถทำได้ ไม่ผิดกฎหมาย เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ที่ไม่ได้โฆษณาว่าจะเปลี่ยนมาใช้สัญชาติไทย
ขอบคุณภาพจาก : Facebook Pai Charudul