คนงานโหด ใช้พลั่วตีหัว แทงคอนายจ้าง แค้นถูกดุด่า ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน

คนงานโหด ใช้พลั่วตีหัว แทงคอนายจ้าง แค้นถูกดุด่า ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน

View icon 544
วันที่ 27 ก.ค. 2567 | 17.43 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
หัวหน้าคนงาน ฉุนถูกดุด่า ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน คว้าพลั่วตีหัว แทงคอนายจ้างดับหน้าไซต์งานก่อสร้าง

วันนี้ (27 ก.ค.67) พ.ต.ต.พงศธร สุดอ่อน สว.(สอบสวน) พนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายริมถนนเจริญเมือง ข้างไซต์งานก่อสร้าง ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ญาณพล พัฒนชัย ผกก.สภ.แม่ปิง, พ.ต.ท.จรูญ เมืองมูล รอง ผกก.(สอบสวน) หัวหน้างานฯ ชุดสืบสวน สภ.แม่ปิง แพทย์เวร รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิรวมใจ และชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าเลือดอาบเสียชีวิต มีพลั่วปักคาใบหน้าข้างซ้าย บริเวณลำคอถูกพลั่วแทงเป็นบาดแผลลึก ทราบชื่อผู้ตายคือนายศุภฤกษ์ อายุ 42 ปี เป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ส่วนคนร้ายหลังก่อเหตุได้นั่งรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบชื่อนายธนาธิป อายุ 26 ปี เป็นหัวหน้าคนงานคุมการก่อสร้าง ลูกน้องของผู้ตาย โดยมีของกลางประกอบด้วยท่อนไม้ มีด และพลั่ว เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน

พ.ต.อ.ญาณพล เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า วันนี้เป็นวันเก็บงานและส่งมอบงาน ขณะที่ตนกำลังทำงานอยู่นั้นนายศุภฤกษ์ ซึ่งเป็นนายจ้างได้ดุด่าตนด้วยถ้อยคำรุนแรง ต่อหน้าเพื่อนคนงานจำนวนมาก ตนจึงบันดาลโทสะใช้พลั่วตีเข้าที่ศีรษะ ก่อนจะแทงซ้ำไปที่คออีกรอบ กระทั่งเห็นนายศุภฤกษ์ นอนแน่นิ่งจึงรอมอบตัว 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด โดยได้ตั้งมูลเหตุการฆ่านายจ้างตายครั้งนี้ไว้ 2 ประเด็นคือ มูลเหตุเรื่องการดุด่า และความสัมพันธ์ส่วนตัว โดยผู้ต้องหายังไม่ยอมรับทั้งหมด แต่ก็เปรย ๆ มาบ้างแล้ว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจหาสารเสพติด พบว่าปัสสาวะเป็นสีม่วง ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าพึ่งเสพยาบ้ามาโดยเสพเป็นครั้งคราวเท่านั้น จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนที่ สภ.แม่ปิง อย่างละเอียดอีกครั้งถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ โดยเบื้องต้นได้ตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและเสพยาเสพติดประเภทที่1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง