วันนี้ (7 ส.ค.67) ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกล ตามคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อ้างอิงคำร้องอันสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลที่ 3/2567 ในคดีพรรคก้าวไกลล้มล้างการปกครอง จากการเสนอยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง โดยใช้เวลาอ่านคำวินิจฉัยตั้งแต่ 15.00 น. ถึง 15.54 น.
ตุลาการรัฐธรรมนูญ ได้อธิบายรายละเอียดในคำร้อง ข้อโต้แย้งของผู้ถูกร้อง ประกอบการวินิจฉัยไต่สวนของตุลาการรัฐธรรมนูญ ทั้งในประเด็นข้อกฎหมายและประเด็นข้อเท็จจริง โดยศาลรัฐธรรมนูญยืนยันมีอำนาจยุบพรรคการเมืองตามกฎหมาย ข้อโต้แย้งพรรคก้าวไกลที่อ้างว่าศาลไม่มีอำนาจนั้น ฟังไม่ขึ้น
ส่วนการกระทำของผู้ถูกร้องตามวินิจฉัยของศาล เป็นการกระทำล้มล้างหรือไม่ เห็นว่า พฤติการณ์ผู้ถูกร้องเสนอแก้ไข ม.112 เป็นการใช้ประโยชน์จากสถาบันฯ เพื่อหวังผลต่อคะแนนเสียง ให้ชนะการเลือกตั้ง เป็นการมุ่งหมายให้สถาบันฯ กลายเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน ทำให้สถาบันฯ ถูกโจมตี ติเตียน เป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายให้อ่อนแอลง นำไปสู่การล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เข้าข่ายการกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ลดทอนคุณค่าสถาบันพระมหากษัตริย์

ข้ออ้างที่ว่า การกระทำของ สส. พรรคก้าวไกล ทั้งการแสดงความเห็น การเป็นนายประกันให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดี ม.112 หรือตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยเสียเอง ทำในฐานะส่วนตัวไม่ใช่ในฐานะพรรคการเมือง เห็นว่า การจัดรณรงค์กิจกรรมทางการเมืองเพื่อยกเลิก ม.112 เป็นการกระทำความผิดโดยอ้อม โดยใช้สมาชิกเป็นตัวแทนหรือเครื่องมือในการกระทำความผิด โดยเจตนามุ่งแยกพระมหากษัตริย์กับชาติออกจากกัน ซึ่งเป็นอันตราย
การยุบพรรคการเมืองจึงต้องพิจารณาอย่างเคร่งครัด ระมัดระวังให้ได้สัดส่วนกับความรุนแรงและพฤติการณ์ โดยกฎหมายใช้กับทุกพรรคการเมืองอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน ศาลต้องสั่งยุบพรรคของผู้ถูกโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้นักวิชาการ นักการเมือง นักการทูตต่างประเทศ ต่างก็มีรัฐธรรมนูญและกฎหมายของประเทศตัวเอง แต่การแสดงความเห็นย่อมต้องมีมารยาททางการทูตที่พึงปฏิบัติต่อกัน

โดยผลการลงมติ มีดังนี้ ประเด็นที่หนึ่ง มีเหตุสมควรยุบพรรคผู้ถูกร้องตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยให้ยุบพรรคผู้ถูกร้องตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง และมีมติโดยเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 วินิจฉัยให้ยุบพรรคผู้ถูกร้องตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) และวรรคสอง
ประเด็นที่สอง คณะกรรมการบริหารพรรคผู้ถูกร้องจะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคสอง หรือไม่เพียงใด ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคผู้ถูกร้องที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในระหว่างวันที่ 25 มี.ค.2564 ถึงวันที่ 31 ม.ค.2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการกระทำอันเป็นเหตุให้ยุบพรรคผู้ถูกร้องตามมาตรา 92 วรรคสอง มีกำหนดเวลา 10 ปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคผู้ถูกร้อง

ประเด็นที่สาม ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของพรรคผู้ถูกร้องที่ถูกยุบ และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งจะไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีกไม่ได้ ภายในกำหนด 10 ปีนับแต่วันที่พรรคผู้ถูกร้องถูกยุบตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 94 วรรคสอง หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยว่า ห้ามมิให้ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของพรรคผู้ถูกร้องไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีก ภายในกำหนด 10 ปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคผู้ถูกถูกร้อง ตามมาตรา 94 วรรคสอง