อดีต สว. บอกดีแล้วที่นายกฯ สั่งสอบประวัติ ครม. ใหม่ อย่างละเอียด

อดีต สว. บอกดีแล้วที่นายกฯ สั่งสอบประวัติ ครม. ใหม่ อย่างละเอียด

View icon 155
วันที่ 20 ส.ค. 2567 | 10.43 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
อดีต สว. บอกดีแล้วที่นายกฯ สั่งสอบประวัติ ครม. ใหม่ อย่างละเอียด ระบุช้าไป 1-2 สัปดาห์ ก็ไม่เสียหาย จี้พรรคประชาชนทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้เข้มแข็ง อย่านิ่งเฉยเหมือนเคย พร้อมเตือนนายกฯ เซ็นตั้งเศรษฐา รับตำแหน่งการเมือง จะตกชะตากรรมเดียวกัน

วันนี้ (20 ส.ค.67) นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มองว่าการที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ อย่างละเอียดและรอบคอบ เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีจุดประสงค์ว่าเป็น รัฐธรรมนูญปราบโกง และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน ส่งผลให้นายเศรษฐา ทวีสิน ต้องพ้นจากตำแหน่ง ก็ถือเป็นการดำเนินการตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ ยกระดับความเป็นรัฐมนตรี ให้มีคุณสมบัติสูงกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ดังนั้นการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นมาจะต้องมีการส่งรายชื่อไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ตรวจสอบ เช่น หน่วยข่าวกรอง สภาความมั่นคงแห่งชาติ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)

นายสมชาย กล่าวว่า การตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียด อาจจะทำให้กระบวนการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ล่าช้าไป 1-2 สัปดาห์ ก็ไม่เสียหายอะไร แต่เพื่อความรอบคอบ ต้องถามกฤษฎีกาและหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบ ไม่เช่นนั้น นางสาวแพทองธาร ก็จะมีชะตากรรมเดียวกันกับนายเศรษฐาได้ ส่วนตัวก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นอีก เพราะเพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่ง

หลังจากนี้ในการติดตามก็จะเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ที่จะทำการตรวจสอบ โดยเฉพาะฝ่ายค้านในปัจจุบันที่จะต้องทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งมากขึ้น มองว่าที่ผ่านมา มีฝ่ายค้านก็เหมือนไม่มี ยกตัวอย่างเมื่อครั้งนายเศรษฐา แต่งตั้งนายพิชิต ฝ่ายค้านก็นิ่งเฉย จน สว. ในขณะนั้นต้องดำเนินการเอง ทำให้เห็นว่าในสภาชุดนี้มีแต่ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายที่รอจะร่วมรัฐบาลเท่านั้น

และหากพรรคประชาชน ยังไม่ทำหน้าที่เหมือนที่ผ่านมา ประชาชนก็ไม่ควรเลือกอีก  ประชาชนควรได้เห็นว่าพรรคการเมืองไม่ควร ไปซูเอี๋ย กันทางการเมือง ควรทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่ใช่ค้านเฉพาะบางเรื่อง ค้านเฉพาะดิวลับที่ฮ่องกง แล้วรอร่วมรัฐบาลหลังแก้รัฐธรรมนูญเสร็จ

ส่วนวุฒิสภาก็ไม่แน่ใจว่าจะมีใครกล้าหาญ เพราะดูชุดนี้แล้วเข้าแถว พร้อมเป็นลูกน้อง สส.  เพราะหลายคนก็เคยเป็นลูกน้อง สส. มาก่อน ภาพลักษณ์ของสภาผัวเมียก็จะกลับมาอีก หรืออาจจะเป็นสภาลูกพี่ลูกน้องก็ได้ ซึ่งส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะมี สว. เข้าไปยื่นเรื่องนี้ คงเหลือแต่ภาคประชาชนที่จะทำหน้าที่ยื่นให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นคนตรวจสอบ ส่วนตัวหมดหน้าที่แล้วคงจะไม่ตามต่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะตั้งใครเป็นคณะรัฐมนตรีบ้าง

นายสมชาย ฝากย้ำไปถึงนายกรัฐมนตรีด้วยว่า  นายเศรษฐาพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีเพราะความไม่ซื่อสัตย์ ทุจริตต่อหน้าที่ และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือว่าผูกพันทุกองค์กร ดังนั้น นายเศรษฐาจะไม่สามารถเป็นข้าราชการการเมือง เช่นตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หรือบางกระแสข่าวว่าจะเป็นถึงรัฐมนตรี นั้นทำไม่ได้เด็ดขาด หากตั้งนายเศรษฐาขึ้นมาอย่างเป็นทางการโดยมีการออกคำสั่งนายกรัฐมนตรี ก็จะจะมีคนไปร้องให้ตรวจสอบและนายกรัฐมนตรีก็จะมีชะตากรรมเดียวกันกับนายเศรษฐา