ห้องข่าวภาคเที่ยง - ต้องเรียกว่าซวยแล้วก็ซวยอีก กับเรื่องของชายชาวญี่ปุ่น ที่อยู่ไทยมา 20 ปี อยากมีวีซาถาวร อยากอยู่ไทยยาว ๆ ก็ไปได้ยินมาจากเพื่อนว่ามีคนทำให้ได้ แต่พอฝากให้ทำแล้วไม่ได้แบบนั้น แถมพอเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับตำรวจไซเบอร์ แทนที่จะเคลียร์เรื่องกลับต้องเสียเงินแทน
ชายชาวญี่ปุ่นคนนี้ ชื่อว่านายชินจิ อายุ 51 ปี เข้าไทยมาทำงานตั้งแต่ 20 ปีก่อน และเริ่มทำธุรกิจส่งออกเสื้อผ้าเมื่อ 14 ปี ที่แล้ว ธุรกิจไปได้ดี แต่ต้องมาต่อวีซาทุกปี ๆ ก็เสียเวลา ก็อยากได้วีซาถาวรไม่รู้จะทำอย่างไร เลยหารือกับเพื่อน ซึ่งก็แนะนำให้รู้จักชายคนหนึ่งชื่อว่า นายจักรพงศ์ หรือ "ต้อง" ว่าสามารถทำวีซาถาวรให้ได้
ตอนปี 2562 ก็เลยติดต่อจ่ายเงินไป 20,000 บาท เป็นค่าดำเนินการ ระหว่างนั้นแต่ละปี ๆ "ต้อง" ก็จะอ้าง ต้องใช้เงินเป็นค่าดำเนินการมาเรื่อย ๆ นายชินจิ ก็จะโอนเงินไปครั้งละ 20,000 - 30,000 บาททุกครั้ง แต่พอถามไปก็จะมีเหตุผลสารพัดจะบ่ายเบี่ยง เช่น อ้างว่าเป็นช่วงโควิด-19 เจ้าหน้าที่ยังไม่รับดำเนินการ จนปี 2566 ตัดสินใจไปสอบถามเรื่องนี้กับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองโดยตรง เจ้าหน้าที่ก็ช่วยตรวจสอบให้แล้วเจอว่า วีซาของ "นายชินจิ" มีปัญหา ขึ้นว่าเอกสารไม่ครบ ทุจริตติดสินบน ระหว่างนั้นเจ้าตัวก็ขอคำปรึกษากับคนไทยที่ไปต่อวีซา ว่าเจอแบบนี้ควรทำอย่างไร แต่กลับได้รับคำแนะนำให้ไปปรึกษาเรื่องนี้กับตำรวจไซเบอร์ เจ้าตัวก็ไปพบ ซึ่งตำรวจยศนายสิบที่เป็นคนรับเรื่อง ก็รับปากจะช่วยแก้ปัญหาให้ ด้วยการนัดคู่กรณีซึ่งก็คือ "ต้อง" มาพูดคุย แล้วทำเป็นสัญญากู้ยืมเงินกัน เพื่อจะได้ให้ "ต้อง" ชดใช้เงินที่หลอกไปรวม 16 ครั้ง เป็นเงินกว่า 300,000 บาท พอจบงาน ตำรวจนายนี้ก็ขอค่ากาแฟ 2,000 บาท ค่าดำเนินการอีก 3,000 บาท และขอยืมเงินอีก 5,000 บาท บอกจะคืนให้เร็ว ๆ นี้
เจ้าตัวมองว่าเรื่องนี้ไม่ได้รับการแก้ไขอะไรที่ถูกต้องเลย จึงมาร้องขอความเป็นธรรมกับตำรวจกองปราบฯ ขณะเดียวกันก็ค่อนข้างเป็นกังวล ว่าหลังจากนี้อาจถูกคู่กรณีมาทำร้าย หรือถูกผลักดันออกนอกประเทศ แล้วไม่สามารถกลับมาไทยได้อีกเลย
สำหรับ "นายต้อง" เมื่อเดือนเมษายน ถูกตำรวจ สน.เพชรเกษม จับกุมคดีรับจ้างทำวีซาให้กับแรงงานชาวจีน โดยเรียกค่าดำเนินการ 20,000 บาท แต่ได้เงินไปแล้วเชิดหนี จนมีผู้เสียหายหลายพื้นที่เข้าแจ้งความดำเนินคดี