แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตุ๋น นศ.แพทย์ มีคดีติดตัว โอนเงินให้ตรวจสอบกว่า 1 ล้านบาท

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตุ๋น นศ.แพทย์ มีคดีติดตัว โอนเงินให้ตรวจสอบกว่า 1 ล้านบาท

View icon 1.1K
วันที่ 21 ส.ค. 2567 | 13.41 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ตร.ภูพิงค์ฯ เตือนภัย หลังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตุ๋น นศ.แพทย์ มีคดีติดตัว โอนเงินให้ตรวจสอบกว่า 1 ล้านบาท แถมให้หลอกพ่อแม่ ถูกเรียกค่าไถ่เพิ่มอีก 200,000 บาท ก่อนไหวตัว เข้าแจ้งความ เผยเดือนก่อนมี นศ.อีกรายถูกหลอกสูญเงิน 4 ล้านบาท

วันนี้ (21 ส.ค.67) พ.ต.อ.มนัสชัย อินทร์เถื่อน ผู้กำกับ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ เชียงใหม่ เผยว่า มีเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรศัพท์เข้ามาหลอกลวงเหยื่อ นักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ โดยอ้างว่าเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ค่ายหนึ่ง หลอกนักศึกษาว่า มีคนนำข้อมูลส่วนตัวของนักศึกษาไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ และนำไปใช้ทำผิดกฎหมาย ทำให้ถูกออกหมายจับ พร้อมแนะนำให้แจ้งความ โดยโอนสายให้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ภูพิงค์ราชนิเวศน์ เชียงใหม่ จากนั้นบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำหมายจับมาแสดงให้ดูผ่านทางวีดีโอคอล และพูดจาหว่านล้อม หลอกให้นักศึกษาโอนเงิน เพื่อตรวจสอบบัญชีธนาคาร ซึ่งมีเงินในบัญชีธนาคารแค่ 20,102 บาท จึงโอนเข้าบัญชี นายอนงค์รัตน์ บัญชีม้าจนหมด

และขายสลากออมสินได้เงินมา 59,780 บาท ก็โอนเงินจำนวนดังกล่าวให้กับคนร้ายเป็นครั้งที่ 2 โดยบุคคลดังกล่าวสั่งห้ามบอกผู้ปกครอง หรือเพื่อน ๆ  ต่อมาคนร้ายใช้เล่ห์เหลี่ยมให้นักศึกษา ไปขอเงินจากผู้ปกครอง โดยการหลอกว่า ได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ แต่ต้องสำรองจ่ายเงินก่อน 1,000,000 บาท และจะคืนให้ในภายหลัง พ่อแม่ดีใจที่ลูกได้รับทุน จึงหลงเชื่อโอนเงินให้นักศึกษา จากนั้นนักศึกษาได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวไปให้กับคนร้าย ชื่อบัญชีนายอภิรักษ์ แต่คนร้ายยังไม่หยุดแค่นั้น ยังใช้กลอุบายหลอกต่อเนื่อง อ้างว่าต้องการเงินอีก 200,000 บาท จึงให้นักศึกษาสร้างเรื่องไปเช่าโรงแรม จัดฉากว่าถูกเรียกค่าไถ่ เพื่อให้พ่อแม่โอนเงินมาให้อีก จนกระทั่งพ่อแม่แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และนักศึกษาเองก็เริ่มไหวตัวทัน จึงได้มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ เชียงใหม่ รวมมูลค่าความเสียหาย 1,079,882 บาท จนมีการแจ้งเตือนในกลุ่มผู้ปกครองของมหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ช่วงปลายเดือน ก.ค.67 มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรศัพท์ใช้กลอุบายหลอกลวงนักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่คนละคณะ ทำให้มีน้องนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้กลอุบายหลอกลวงสูญเงินกว่า 4 ล้านบาท และมาเกิดเหตุซ้ำอีก ซึ่งผู้ก่อเหตุมักอยู่ในต่างประเทศ