น้ำโขงล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมถนนแลนด์มาร์กบึงกาฬยาวกว่า 3 กิโลเมตร
วันที่ 26 ส.ค.เวลา 07.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดบึงกาฬยังคงเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และมีมวลน้ำเหนือจากลำน้ำสาขา และปริมาณน้ำสะสมจากภูเขาควาย ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ไหลลงมาตามลำห้วย และแม่น้ำสายหลักของฝั่ง สปป.ลาว ไหลลงมาบรรจบในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทางภาคเหนือในหลายจังหวัดยังมีน้ำท่วม โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายที่กำลังเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขง และในวันที่ 26-31 ส.ค. กรมอุตุประกาศจะมีฝนตกหนัก ถึงหนักมากในภาคอีสาน
โดยระดับน้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นได้ไหลท่วมบริเวณถนนแลนด์มาร์กของโครงการพัฒนาตามผังเมืองรวมจังหวัดบึงกาฬ บริเวณริมถนนข้าวเม่า ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ ที่ออกแบบการก่อสร้างโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง บนพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ ระดับน้ำที่สูงเอ่อล้นเขื่อนป้องกันตลิ่ง ที่พึ่งก่อสร้างเสร็จ (หรือถนนกลางแม่น้ำโขง) ตั้งแต่หน้าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ลงไปจนริมแม่น้ำโขงบ้านนาโนน ม.4 ต.บึงกาฬ ระยะทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร ต้องจมน้ำเห็นพียงโครงเหล็กกั้นเท่านั้น จนท.เทศบาลเมืองบึงกาฬ ต้องน้ำแผงกั้นเหล็กมาตั้งแจ้งเตือนประชาชน งดใช้ถนนแลนด์มาร์คจนกว่าน้ำจะลดลง
ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากตั้งข้อสงสัย และตำหนิ การออกแบบก่อสร้างแลนด์มาร์คบึงกาฬ ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ในโลกออนไลน์ผ่านเพจต่างๆในจังหวัด ว่าทำไมไม่ทำเขื่อนป้องกันตลิ่งให้สูงเท่ากันถนนริมแม่น้ำโขง ทั้งที่ชาวบ้าน เคยทักท้วงตั้งแต่การทำประชาวิจารณ์แล้วว่า ช่วงหน้าฝนระดับน้ำโขงจะสูงอาจจะทำให้น้ำท่วมเสียหายได้ บางส่วนก็บ่นเสียดายเงินงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน
ส่วนที่แคมป์คนงานก่อสร้างถูกน้ำท่วมเห็นเพียงหลักคา ผู้รับเหมาต้องขนย้ายเครื่องมือเครื่องจักร ขึ้นมาไว้บนที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม ขณะที่การก่อสร้างสะพานและเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง ในพื้นที่บ้านนาโนนนา ม.4 ต้องหยุดชะงักในทันที เพราะถูกน้ำท่วมไม่สามารถทำการก่อสร้างได้
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ไม่เพียงแต่ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬเท่านั้น ที่เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ ฝั่ง สปป.ลาว ประเทศเพื่อนบ้าน พื้นที่การเกษตรที่ไร่นาก็ถูกน้ำท่วมเหมือนกัน ซึ่งดูได้จากภาพมุมสูง ที่ถ่ายจากหน้าเทศบาลเมืองบึงกาฬ