วงจรปิดเผยนาที วัยรุ่นหัวร้อน ไล่ทำร้ายกัน เด็ก 17 ถูกแทง 1 แผลเข้าจุดสำคัญ หมอสุดยื้อ เสียชีวิตที่ รพ. ตำรวจเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
วันนี้ (31 ส.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ พ.ต.ต.ฐิติปกรณ์ คุ้มปานอินทร์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุคนถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณซอยพิบูลสงคราม 22 แยก 24 ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี หลังรับแจ้งได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุไม่พบผู้บาดเจ็บ ทราบว่าเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูและรถกู้ชีพ รพ.พระนั่งเกล้า ได้นำตัวส่งรพ.รักษาไปก่อนหน้าแล้ว
สอบถาม นายดนัย อายุ 43 ปี คนขับวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง และเป็นอาสากู้ภัย กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งว่ามีคนถูกแทงได้รับบาดเจ็บใกล้กับวินรถจักรยานยนต์ จึงรีบมาดูพบว่าคนเจ็บนอนหมดสติ จึงประสานรถกู้ชีพ รพ.พระนั่งเกล้า โดยเจ้าหน้าที่ได้ปั๊มหัวใจจนมีชีพจร และนำส่ง รพ.ไปรักษา
สอบถามชาวบ้านใกล้ที่เกิดเหตุ เล่าว่า ผู้บาดเจ็บขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายมากับเพื่อน 2 คน ส่วนคู่กรณีขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมา 2 คนเช่นกัน และมีการตระโกนด่ากันไปมา พอมาถึงที่เกิดเหตุรถจักรยานยนต์ของคนเจ็บ ซึ่งขี่มาเลนซ้ายสุด เกือบจะชนกับรถส่งน้ำแข็ง คนขับจึงเบรกและจอดรถ จากนั้นวิ่งไปหาคู่กรณี ส่วนเพื่อนที่ซ้อนท้ายมาได้มาขี่แทน ก่อนจะเลี้ยวรถหนีไป หลังจากนั้นคนขับจึงถูกคู่กรณี 2 คน รุมชกต่อยและแทงเข้าที่ชายโครงซ้าย 1 แผล แต่เลือดไม่ออก ท่ามกลางชาวบ้านสัญจรผ่านไปมาจำนวนมาก หลังเกิดเหตุคู่กรณีได้หลบหนีไปทางปากซอย ส่วนคนเจ็บนอนหมดสติอยู่ ตนกับชาวบ้านช่วยกันอุ้มคนเจ็บเข้าข้างทาง จนเจ้าหน้าที่กู้ชีพมาช่วยปั๊มหัวใจและนำส่งรพ.
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจาก รพ.พระนั่งเกล้าว่า ผู้บาดเจ็บที่ถูกแทงได้เสียชีวิตแล้ว จึงเดินทางไปตรวจสอบทราบชื่อคือ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี มีบาดแผลถูกแทงที่ชายโครงด้านซ้าย 1 แผล และพบบาดแผลจากแพทย์เจาะระบายเลือดในปอดอีก 1 แผล จึงส่งร่างไปผ่าชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อย่างละเอียดอีกครั้ง
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ากล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้เมื่อเวลา 17.16 น. นายเอ ผู้เสียชีวิต สวมเสื้อสีฟ้า ขี่รถจักรยานยนต์สีฟ้ามากับเพื่อน ตีคู่มากับรถจักรยานยนต์สีเทาดำของผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นวัยรุ่น 2 คน โดยคนขับสวมเสื้อยืดสีดำลายแดง กางเกงสามส่วน คนซ้อนสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขายาว หลังจากนั้นผู้เสียชีวิตได้จอดรถจักรยานยนต์แล้ววิ่งตามไปหาคู่กรณี ก่อนจะรุมชกต่อย ซึ่งผู้เสียชีวิตวิ่งหนีมาวนรอบรถจักรยานยนต์ และถูกแทงจนล้มลงหัวฟาดกับกระโปรงหน้ารถเก๋ง นอนแน่นิ่งกับพื้นถนน ผู้ก่อเหตุได้เตะที่ใบหน้าและต่อยซ้ำ ก่อนจะหลบหนีไป
ต่อมาเวลา 22.30 น. แม่ของผู้เสียชีวิต อายุ 41 ปี เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามจับกุมตัวคนก่อเหตุ เปิดเผยว่า ลูกชายทำงานเป็นช่างฝ่ายอาคาร ตอนเย็นขณะที่ตนทำงานอยู่ที่บริษัท แม่ตนโทรมาบอกว่าลูกชายถูกทำร้าย ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลแต่ไม่รู้ที่ไหนให้รีบกลับบ้าน ตอนที่ได้รับแจ้งก็คิดว่าแค่บาดเจ็บไม่เป็นอะไรมาก แต่ระหว่างขับรถมาที่โรงพยาบาล หมอโทรมาบอกว่าลูกชายอาการทรุดหนัก หมอพยายามปั๊มหัวใจแต่ก็ไม่เป็นผล ไม่สามารถยื้อได้แล้ว เพราะสมองตายแล้ว และอวัยวะส่วนอื่นก็ไม่ทำงานแล้ว หมอบอกว่าน้องโดนแทงแผลเดียว แต่ไปถูกอวัยวะสำคัญ มีหัวใจ ปอดและเส้นเลือดใหญ่ ทำให้เลือดมันไหลไม่หยุด ตนได้บอกหมอว่าถ้าเป็นแบบนี้ก็ปล่อยน้องไปเถอะ ตนอยากฝากบอกคนก่อเหตุ ถ้าจะโกรธจะแค้นอะไร มันก็ไม่ควรลงมือขนาดนี้ การใช้อาวุธทำร้ายกัน ตนว่ามันเกินไปสำหรับเด็กมันไม่ควร
ด้าน ยายของผู้เสียชีวิต อายุ 70 ปี กล่าวว่า ผู้ตายเป็นหลาน ทำงานเป็นช่างประจำโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนนทบุรี ปีหน้าหลานจะให้แม่ส่งเรียนต่อสายช่าง ตนก็บอกให้ทำงานเก็บเงิน จะได้มีเงินไปต่อทุนเรียน หลังเลิกงานบ้างวันก็กลับบ้านเร็ว บ้างวันก็ช้าบ้าง กลับมาแล้วก็ออกไปเตะบอล หลานไม่เคยมีเรื่องถึงขั้นเตะต่อยกัน ตนเคยถาม หลานก็บอกว่า “คนอย่างผมจะไปมีเรื่องกับใคร ผมไม่ทำอะไรให้ยายเดือดร้อนหรอก” ทั้งนี้ หลานอยากได้รถจักรยานยนต์ ซึ่งวันนี้เงินเดือนออก ตอนกลางวันก็กลับมากินข้าวที่บ้าน และให้เงินตนไว้ 700 บาท โดยบอกว่าขอไปซื้อรองเท้าฟุตบอลก่อน เพราะอยากได้ อยากไปสมัครเตะบอล ฝากไว้แค่ไหนก็แค่นั้น เดี๋ยวเงินหมดหลานก็มาเอาที่ยายเอง ยายก็ให้ไปวันละ 100 อยู่แล้วเหมือนฝากยายไว้ ตนมาทราบว่าหลานถูกแทงตอน 6 โมงเย็น โดยเพื่อนของหลานโทรมาบอก ตนจึงแจ้งลูกสาวและตามไปที่รพ.
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ และรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป