จับสองสาวแสบ ตระเวนเอาทองปลอม จำนำร้านทอง

จับสองสาวแสบ ตระเวนเอาทองปลอม จำนำร้านทอง

View icon 229
วันที่ 27 ก.ย. 2567 | 14.41 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สืบนครบาล จับกุม “สองสาวแสบ”นำทองปลอมตระเวนจำนำร้านทอง ใช้ ’ข้อต่อทองแท้’มาใส่ไว้เพื่อให้ร้านตรวจจนเชื่อว่าเป็นทองแท้

ชุดลาดตระเวนออนไลน์  บก.สส.บช.น. รับทราบถึงการกระทำผิดว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพออกตระเวนนำทองปลอมตระเวนจำนำร้านทอง ทั่วกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เป็นภัยต่อสังคม มีผู้เดือดร้อนเป็นจำนวนมาก  พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ได้สั่งการให้รีบจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าวให้ได้เร็ว ป้องกันไม่ให้ไปก่อเหตุกับผู้อื่นอีก

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 เจ้าหน้าที่ กก.สส.1 บก.สส.บช.น. ได้จับกุมตัว น.ส.ชนิดตา อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 6 หมายจับ ในความผิดฐานฉ้อโกง โดยจับกุมได้ที่คอนโด แห่งหนึ่ง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมนางสุกัญญา อายุ 39 ปี  ตามหมายจับศาลแขวงนนทบุรี ที่ 148/2567 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ” ที่บริเวณหน้าโรงงานน้ำแข็ง แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ กล่าวคือ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2566 นางสุกัญญา กับพวก นำสร้อยคอทองคำ ลายสี่เสา น้ำหนัก 45.75 กรัม (หรือ 3 บาท) มาจำนำที่ร้านทองชื่อดัง สาขาเซ็ลทรัลแจ้งวัฒนะ

ผู้กล่าวหาเป็นคนรับจำนำทองดังกล่าว ได้ทำการตรวจสอบทองดังด้วยการชั่งน้ำหนัก และ ส่องดูเปอร์เซ็นต์ทองได้ความบริสุทธิ์ของทอง 96.5 เปอร์เซ็นต์ และได้ตรวจสอบตราส่งของร้านทองยี่ห้อหนึ่ง

จากนั้นผู้กล่าวหาได้นำหัวจรวดและตะขอไปฝนที่หินเพื่อตรวจสอบเปอร์เซ็นทอง และเช็กการเคลือบทอง หยดน้ำกรด น้ำเกลือ  ก็เป็นปกติไม่ลอก ไม่เกิดปฏิกิรยาใด ๆ  จึงเชื่อว่าเป็นทองแท้ และได้รับจำนำ ไว้ในราคา 90,827 บาท พร้อมได้ทำการโอนเงินให้

ต่อมาได้รับแจ้งจากสำนักงานใหญ่ว่า  กลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวเป็นกลุ่มมิจฉาชีพนำทองคำปลอมมาจำนำ จึงตรวจสอบทองอีกครั้งด้วยการใช่ไฟเป่า ปรากฎว่า เป็นทองปลอม จึงรายงานหัวหน้า และรวบรวมพยานหลักฐาน มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องทากับพวก จนคดีจะถึงที่สุด

66f6674d77ed87.92933092.jpg


66f6674e028355.50598717.jpg

ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนรับสารภาพว่าได้นำทองปลอม (ตะขอทองแท้) ​มาตระเวนขายตามร้านทองทั่วกรุงเทพและพื้นที่ต่างจังหวัดจริง  โดยรับมาจากนายเบิร์ด ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ให้ช่วยนำทองหนัก 2 บาท 3 บาท ไปขาย ไปจำนำให้ ให้ค่าจ้างจากน้ำหนักทองบาทละ 5,000 บาท ซึ่งทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ อยู่ระหว่างขยายผลหาผู้บงการต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ขอเตือนภัยผู้ประกอบการร้านค้าและประชาชน หลังจากพบการปลอมแปลงโลหะทองคำรูปแบบใหม่ และใช้วิธีนำข้อต่อทองแท้มาใส่ไว้ เพราะร้านทองจะตรวจสอบเบื้องต้นที่ตะขอเพียงอย่างเดียว จึงทำให้หลงเชื่อว่าเป็นทองแท้

สำนักงานพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะสามารถตรวจสอบทองคำของเอกชนได้ ต่อเมื่อวัตถุพยานชิ้นนั้นเป็นคดีความทางอาญาหรือเป็นคดีทางแพ่งที่ศาลสั่งให้มีการตรวจสอบแล้วเท่านั้น

ทั้งนี้ขอเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าขณะนี้มูลค่าทองคำบาทละกว่า 40,000 บาท การที่พี่น้องประชาชนจะไปซื้อทองคำและร้านทองที่รับซื้อทองโรงรับจำนำขอให้ไปซื้อที่ร้านที่มีชื่อเชื่อถือได้ และมีตราสมาคมผู้ค้าทองคำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง