เช้านี้ที่หมอชิต - ครั้งนี้เป็นหนุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง ไว้ใจให้เพื่อนของเพื่อน นำชื่อไปดาวน์ซื้อรถยนต์ รู้ตัวอีกทีตอนมีหมายแจ้งบังคับคดี ยึดบ้านขายทอดตลาด
เมีย ลูก และแม่ของนายยอด ฉาไธสง อายุ 56 ปี ผู้รับเหมาก่อสร้าง มีสีหน้าเศร้าหมอง หลังบ้านในพื้นที่อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ และทรัพย์สินกำลังจะถูกยึดขายทอดตลาด วันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 เหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือน ทั้ง 4 ชีวิต อาจจะไม่มีบ้านอยู่แล้ว
นายยอด เล่าว่า ช่วงปลายปี 2559 ขณะที่เดินสายทำงานรับเหมาก่อสร้างที่จังหวัดสมุทรปราการ มีเพื่อนของเพื่อนมาขอใช้ชื่อของตน ดาวน์รถยนต์มือสอง 1 คัน รวมราคาผ่อนชำระแล้วเป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท มีชื่อเมียของเพื่อนอีกคนค้ำประกันให้
เพื่อนของเพื่อนรับปากอย่างดิบดี ว่าจะไม่ทำให้เดือดร้อนอย่างแน่นอน หลังจากนั้นต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปทำงาน ไม่ได้เจอกันอีกเลย
จนเมื่อปี 2563 บริษัทไฟแนนซ์ ส่งหมายศาลแจ้งว่าได้ดำเนินการฟ้องที่ผิดสัญญา ไม่ยอมผ่อนค่างวด ตอนนั้นตนเดินสายทำงานอยู่ต่างจังหวัด มีแม่อยู่บ้านรับเรื่องไว้ แต่แม่อ่านหนังสือไม่ออก ก็เลยไม่รู้ว่าตนเองถูกบริษัทไฟแนนซ์ฟ้อง จนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว น้องสาวโทรศัพท์มาบอกว่า เขาจะมายึดบ้านไปขายทอดตลาดแล้ว ถึงเพิ่งทราบเรื่องทั้งหมด
พูดไปก็ตาแดง ๆ ไป ก็คงจะเครียดน่าดู เพราะยังหาทางออกไม่ได้ ที่สำคัญคงรู้สึกแย่ เพราะทำให้แม่คิดมากจนนอนไม่หลับ เพราะจะว่าไป ทั้งบ้านทั้งที่ดิน เดิมก็เป็นของแม่ แล้วแม่ก็ยกให้มา แต่มาเกิดเรื่องขึ้นเพราะไปไว้ใจใครก็ไม่รู้
สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้เสียหายก็นำไปปรึกษากับ นายภัทรพงษ์ ศุภักษร หรือ "ทนายอั๋น" เพื่อหาลู่ทางว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง ซึ่งเบื้องต้นก็ได้ไปแจ้งความเอาไว้เป็นหลักฐานก่อน จากนั้นจะไปเดินเรื่องกับทางสำนักงานบังคับคดี ตามขั้นตอน รวมถึงเจรจากับเจ้าหนี้ เพื่อไม่ให้บ้านถูกยึด