ตำรวจ-DSI ว่าใช่ ทนายความว่าไม่ใช่ "คดีแชร์ลูกโซ่"

View icon 112
วันที่ 30 ต.ค. 2567 | 07.11 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - คงได้สู้ศึกกันไปอีกพักใหญ่ ๆ หลังตำรวจ และ DSI มองว่าคดี "ดิไอคอนกรุ๊ป" เข้าข่ายเป็นคดีแชร์ลูกโซ่ แต่ ทนายความของ "บอสพอล" บอกว่าไม่ใช่ เพราะได้เข้าไปดูในระบบหลังบ้านมาแล้ว

ทั้ง 2 ฝ่าย ออกมาให้สัมภาษณ์ในเวลาไล่เรี่ยกัน เริ่มจากฟัง ทนายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของบอสพอล ก่อน พูดถึงเรื่องการรับคดีนี้เป็นแชร์ลูกโซ่ ว่าในมุมมองทนายไม่เข้าเงื่อนไข เพราะธุรกิจนี้เป็นการตลาดแบบตรง ทีมทนายความได้เข้าไปดูระบบซื้อขายสินค้าหลังบ้านมาแล้ว จะบอกว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ คิดว่าไม่ใช่

แล้วทำไม ตำรวจ และ DSI ถึงมองว่าคดีนี้เข้าข่ายเป็น "แชร์ลูกโซ่" เพราะได้เห็นสำนวนคดีที่เสร็จสมบูรณ์ไปกว่า 70% ประกอบกับผลการรวบรวมพยานหลักฐาน, แผนประทุษกรรม, ข้อมูลระบบหลังบ้านที่ ดีเอสไอ ไปตรวจยึดจากบริษัทจัดเก็บข้อมูล, เงินบัญชีการเงิน, รูปแบบการตลาด และการชำระภาษี

จึงค่อนข้างมั่นใจว่าเข้าเงื่อนไขบัญชีแนบท้ายที่ DSI มีอำนาจในการดำเนินการกระบวนการทำคดีต่อจากนี้ ส่วนที่จะทำคดีต่อจากนี้ คือดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อไปแจ้งข้อหา "บอส" ทั้ง 18 คน ในความผิดที่เกี่ยวข้องกับคดีแชร์ลูกโซ่ ซึ่งจะช่วยขยายระเวลาฝากขังไปได้อีก 3 ผัด หรือกว่า 1 เดือน

ประเด็นต่อมาเรื่องที่ บอสพอล สั่งให้ทนายความดำเนินคดีกับแม่ข่าย 5 คน และยังมีอีก 3 คน ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยหนึ่งในนั้นเป็นพรีเซนเตอร์ ที่เคยมีสัญญาคล้ายกับ บอสกันต์ แต่กลับไม่ถูกดำเนินคดี

พอจ่าหัวเปิดประเด็นมาแบบนี้กระแสพุ่งเป้าไปที่ "เคนโด้" พิธีกรและผู้ประกาศชื่อดัง เนื่องจากปรากฏคลิปโพรโมต "ดิไอคอนกรุ๊ป"

เรื่องร้อนถึง เคนโด้ ไม่ปล่อยผ่านโดยเพจฯ เฟซบุ๊ก "เคนโด้ช่วยด้วย" ออกมาโพสต์ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับการกระทำผิดในคดีดิไอคอนกรุ๊ป ได้ให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว เรื่องที่ถูกพาดพิงจะให้ทนายความเข้ามาดูแล

ด้าน กบ ไมโคร และ ลูกตาล ชลธิชา เปิดใจเรื่องที่จะถูกฟ้องว่า ได้เตรียมพยานหลักฐานไว้พร้อมให้ DSI นำไปตรวจสอบแล้ว โดย กบ ไมโคร ยอมรับว่า มีลูกข่ายที่ขึ้นตรงกับตนเอง 75 คน เป็นลูกค้า 60 คน ซุปเปอร์ไวเซอร์ คือคนที่ลงทุน 250,000 บาท 7 คน และดีลเลอร์ 8 คน ยืนยันไม่ได้แสดงบทเป็นเหยื่อเพื่อฟอกขาว

สำหรับ พลอย อัยดา ภรรยาของบอสกันต์ ตอนนี้ไม่ใช่คนที่ดิไอคอนกรุ๊ป มีเป้าจะฟ้อง ต้องอยู่ที่หน่วยงานรัฐจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร

อีกประเด็นที่มีการพูดถึงกันมาพักใหญ่ ๆ กับเรื่องของ นายอัจฉริยะ ที่เจ้าตัวยอมรับว่าได้เข้าไปในเรือนจำจริง แต่ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดขั้นตอน และไม่ได้สอบปากคำอะไร "บอสแล็ป"

รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พูดถึงเรื่องนี้ว่า ตรวจสอบแล้วพบว่าตำรวจชุดที่เข้าไป เป็นเพียงชุดสืบสวนที่ได้รับการติดต่อว่า ผู้ต้องหามีประเด็นที่เป็นประโยชน์ จะให้ข้อมูลกับตำรวจ ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่า นายอัจฉริยะ เข้าไปด้วยหรือไม่ และไม่เคยได้ยินเรื่องการรีดทรัพย์เงิน 9 ล้านบาท

ส่วนกรณีที่ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ถูกเรียกไปให้ปากคำกรณีนำพยานเท็จ ออกมาให้ข้อมูลธุรกิจดิไอคอนกรุ๊ป ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว เพราะเป็นผลจากการตั้งรัฐบาลชุดใหม่

แต่ก็เป็นเรื่องปกติ และหากจะไม่ได้รับเลือกให้เป็นที่ปรึกษาต่อ ก็ไม่เสียใจ ส่วนตัวไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือไม่มี ยังทำงานช่วยเหลือประชาชนเหมือนเดิม เพราะทำมานานแล้ว ย้ำว่าความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้

ขอบคุณภาพจาก : Facebook เคนโด้ช่วยด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง