สนามข่าว 7 สี - สพฐ. เตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ หลังเจอพฤติกรรมของผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แอบหักค่าข้าวกลางวันเด็ก และลวนลามครูผู้หญิงในโรงเรียนตัวเอง
เป็นเรื่องราวสุดแสบของผู้อำนวยการหนุ่ม ที่โรงเรียนเล็ก ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังเพจเฟซบุ๊ก "ร้ายกาจ" ออกมาเปิดโปงพฤติกรรมสุดฉาว
ไล่ตั้งแต่แอบหักค่าข้าวเที่ยงเด็กในโรงเรียน จำนวน 157 คน เพื่อนำไปใช้จ่ายส่วนตัว หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมชอบลวนลามครูผู้หญิงในโรงเรียน จนครูหลายคนทนไม่ไหวต้องส่งเรื่องมาร้องขอความช่วยเหลือ
ข้อมูลจากเพจฯ ระบุว่า ผู้อำนวยการคนนี้ เข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 กระทั่งเข้าเทอม 1 ปีการศึกษา 2567 ก็ออกลายทันที โดยเรียกประชุมครูทุกคนในโรงเรียน แจ้งว่าจะหักค่าอาหารกลางวันเด็กหัวละ 3 บาท เพื่อเอาไว้เป็นค่าซ่อมหลอดไฟ พร้อมกำชับเรื่องนี้ห้ามเขียนลงในบันทึกการประชุม
โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ได้รับเงินอุดหนุน เด็กอนุบาล และประถมศึกษา หัวละ 22 บาท รวม 135 คน รวมเป็นเงิน 2,970 บาทต่อวัน
แต่โรงเรียนนี้ มีพี่ ๆ ม.ต้น เรียนอยู่ด้วย 22 คน ซึ่งถือว่าเป็นเด็กโต จึงไม่มีเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันให้ เพราะโดยปกติเด็กมัธยมฯ ขึ้นไป ต้องจ่ายค่าข้าวเอง แต่ที่นี่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ไม่มีร้านอาหาร จึงกินรวมกัน และเงินค่าอาหารที่ได้ก็ต้องเหมาจ่ายให้ได้กินทุกคน รวม 157 คน ตั้งแต่อนุบาล ถึง ม.ต้น
แค่เงินไม่กี่พันบาท เป็นค่าอาหารเด็กตาดำ ๆ ผู้อำนวยการแสบยังแอบหักหัวละ 3 บาท ตกวันละ 382 บาท เอาเข้ากระเป๋าตัวเอง บางวันก็เอาไปเติมน้ำมันรถยนต์ส่วนตัว หรือนำไปใส่ซองงานศพบ้าง และที่หนักสุดคือนำไปทำแฟ้มประเมินผลงานให้ตัวเอง
ความแสบยังไม่หมดแค่นั้น ยังมีพฤติกรรมอนาจาร ชอบลวนลามครูสาวในโรงเรียนตัวเองอีก เวลาพักเที่ยงก็มักจะชอบชวนครูผู้หญิงให้ลงมาหาที่ห้อง พร้อมกับพูดขึ้นว่า "พี่ไม่ข่มขืนหรอก" หรือบางครั้งเวลาครูผู้หญิงจัดของในตู้เย็นอยู่ ก็จะเดินอ้อมมาด้านหลัง เหมือนจะใช้มือโอบเข้าที่เอว แล้วบอกว่า "พี่จะเช็คหน่อยว่าตู้เย็นมันเย็นไหม" และชอบโทรหาครูผู้หญิงหลายคนในเวลากลางคืน ทำทีชวนคุยเรื่องงาน จากนั้นก็จะไหลไปเรื่อย จนถึงเรื่องส่วนตัว อีกทั้งยังชอบใช้ให้ครูคนอื่น ๆ ไปซื้อเหล้าที่ร้านค้าหลังโรงเรียนมาดื่ม และจุดใบจากสูบในห้องทำงานแบบไม่แคร์สายตาใคร
ทั้งนี้ ทาง สพป.2 นครศรีธรรมราช สั่งตั้งคณะกรรมการสอบด่วน เนื่องจากเป็นเรื่องอื้อฉาว ทำให้เสื่อมเสียวงการครู