เช้านี้ที่หมอชิต - งานงอกหรือไม่ เมื่อ "บิ๊กเต่า" รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ออกมายืนยัน มีข้อมูลใต้โต๊ะ พบ หวานใจ อักษรย่อ ช.ช้าง ของอดีตรองนายกฯ มีเส้นเงินโยงรีสอร์ตหรู บุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. ถึงเกือบ 1,000 ล้านบาท ไม่ใช่ 10 ล้านบาท อย่างที่ทราบกันก่อนหน้านี้ ขณะที่ กรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน เตรียมลุยตรวจสอบรีสอร์ตไร่ภูนับดาว 13 ธันวาคมนี้ พร้อมจ่อสอบการทำงานของข้าราชการ ใน ส.ป.ก. ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ส่วนทาง ส.ป.ก. ก็มีคำชี้แจงเรื่องไร่ภูนับดาว
อย่างที่เกริ่นไปคดีนี้ หลังมีการเปิดข้อมูล หวานใจ อักษรย่อ ช.ช้าง ของอดีตรองนายกฯ มีเส้นทางการเงินโยงคดีรุกที่ดิน ส.ป.ก. รีสอร์ตหรู หรือ ไร่ภูนับดาว ในจังหวัดสระบุรี
ซึ่งก่อนหน้านี้สื่อ โทร.ถาม "บิ๊กป้อม" พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ท่านก็ตอบเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับกระแสข่าวนี้แล้วว่า "ไม่มีอะไร ไม่เคยทำอะไรผิดเลย" ก่อนปัดตอบคำถามอื่นแล้ววางสายโทรศัพท์ไป
เรื่องนี้พอมีการโยงมาถึง บิ๊กป้อม ก็ทำให้คิดว่าตกลงเป็นการสางแค้นทางการเมืองหรือไม่ หรือเป็นการขยายผลยึดทรัพย์ของ ปปง. ในคดีรุกที่ป่า ที่เป็นตามกระบวนการของกฎหมาย แต่ถ้าคิด ๆ จริง ๆ แล้วคดีรุกป่าก็ไม่ใช่มีแค่คดีนี้คดีเดียว
แต่เรื่องนี้ก็มีความคืบหน้าเมื่อ "บิ๊กเต่า" รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง บอกผลตรวจสอบเส้นเงินที่เชื่อมโยงถึง หวานใจ อักษรย่อ ช.ช้าง ของบิ๊กการเมือง ว่าจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ พบว่าเส้นเงินดังกล่าวที่พัวพันหวานใจ มีมูลค่าถึงเกือบ 1,000 ล้านบาท โดยเป็นเงินหมุนเวียนผ่านบัญชี ซึ่งต้องมีการตรวจสอบและสอบสวนตามขั้นตอนก่อน โดยตำรวจต้องรอข้อมูลจากใต้โต๊ะให้ขึ้นมาอยู่บนโต๊ะก่อน จึงจะสอบสวนได้ พร้อมยอมรับว่า บก.ปปป. อยากนำเรื่องนี้กลับมาทำ หลังจากทราบภายหลังเมื่อผ่านไป 4-5 เดือนว่า สำนวนกลับไปอยู่ที่ ป.ป.ช. ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทุกฝ่ายอยากให้ บก.ป.ป.ป. ดำเนินการ
ขณะที่ "ไร่ภูนับดาว" ออกหนังสือชี้แจง ผ่านเพจยืนยันไม่เกี่ยวข้องหวานใจอดีตรองนายกฯ และไม่มีเส้นเงินเกี่ยวข้อง พร้อมสงวนสิทธิ์ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับผู้ไม่หวังดี
ขณะที่ ส.ป.ก. (สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) ออกเอกสารชี้แจงกรณี "ไร่ภูนับดาว" รุกที่ดิน ส.ป.ก. อำเภอหมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี (อย่างเป็นทางการ) ใจความหลัก ๆ ระบุว่า ผลตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบเกษตรกรผู้ได้รับการจัดสรรที่ดิน มีการประกอบกิจการฟาร์มปศุสัตว์ โดยเลี้ยงโคนม ม้า เป็ด นกกระจอกเทศ
และเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวในลักษณะรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ ลานกางเต็นท์ ลานกิจกรรมและร้านอาหารในที่ดิน จำนวน 13 แปลง ในชื่อสถานที่ว่า ไร่ภูนับดาว
และตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่สรุป มีการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ 6 แปลง จำนวน 2 ราย ซึ่งแจ้งให้ปรับปรุงให้ถูกต้องแล้ว หากเตือนและยังฝ่าฝืนจะสั่งให้เกษตรกรสิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ที่ดินต่อไปรวมทั้งยังพบการยื่นคำขอรับอนุญาตใช้ที่ดินจำนวน 3 แปลง (รวมเนื้อที่ 3-0- 25 ไร่) เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นก็ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบยังไม่เป็นที่ยุติว่า ส.ป.ก. หรือหน่วยงานอื่นจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้ให้เกษตรกรโต้แย้งกลับภายใน 30 วัน
ด้าน คณะกรรมาธิการ การที่ดิน สภาผู้แทนราษฎร์ ก็มีมติลงพื้นที่ตรวจสอบประเด็นปัญหา "ไร่ภูนับดาว" โดยจะเชิญกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก. จากส่วนกลางสำรวจพื้นที่ด้วยกันในวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคมนี้