เตรียมเรียก รองอุ๊- นายกฯตุ๋ย สอบปมสังหาร สจ.โต้ง

เตรียมเรียก รองอุ๊- นายกฯตุ๋ย สอบปมสังหาร สจ.โต้ง

View icon 1.6K
วันที่ 15 ธ.ค. 2567 | 09.29 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เผยผลตรวจอาวุธสังหาร สจ.โต้ง เป็นของกอล์ฟ มือยิง 1 กระบอก และโกทร 1กระบอก ส่วนอีก 4 กระบอกรู้ตัวเจ้าของ แต่ยังไม่เปิดเผยได้อยู่ระหว่างขยายผล ด้านตำรวจ จ่อเรียก รองอุ๊ - นายกตุ๋ยเข้าสอบปากคำ

วานนี้ ( 14 ธ.ค.67) พ.ต.อ.ประสงค์ ศิริทิพย์วานิช รองผู้บังคับการตำรวจปราจีนบุรี เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีร่วมกันฆ่า สจ.โต้ง หลัง พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท .ผบช.ภ.2 ได้สั่งการปราบปรามปราบปรามอาวุธปืนและกลุ่มผู้มีอิทธิพลอย่างเร่งด่วน เพื่อรองรับปัญหาการเลือกตั้งอบจ. ที่จะถึงในอีกในอีก 3 เดือนข้างหน้า โดย จะมีการเปิดรับสมัคร ในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ และที่ผ่านมา ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตรวจยึดอาวุธปืนจำนวน 4 กระบอก ซึ่งเป็นของที่ยึดมาจากเจ้าที่ตำรวจ 4 นายที่ติดตามดูแลความปลอดภัยของสจ.โต้งในวันเกิดเหตุ โดยมีการส่งมอบอาวุธปืนดังกล่าวให้ สพฐ.ตร.เพื่อดำเนินการตรวจเปรียบเทียบกับปลอกกระสุนปืนในที่เกิดเหตุว่าตรงกันหรือไม่

ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ในที่เกิดเหตุนั้น ที่ตรวจยึดได้มีอาวุธปืนพบ 6 กระบอก ซึ่งตำรวจ ได้มีการยึดไปตรวจสอบแล้ว ตั้งแต่หลังเกิดเหตุ พบว่า มีเพียง 2 กระบอก คือปืนขนาด 9 มม. ปืนกระบอกนี้เป็นของนายกอล์ฟ ส่วนอีก 1 กระบอก เป็นอาวุธปืนลูกซองของโกทร ส่วนปืนอีก 4 กระบอก ตอนนี้ตำรวจทราบตัวเจ้าของแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะอยู่ระหว่างการขยายผล แต่ยืนยันว่าทั้ง 6 กระบอกมีทะเบียนถูกต้อง และพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้มีการนัดสอบปากคำนายกฤษฎ์ กษมพันธุ์ (รองอุ๊) รองนายกอบจ.ปราจีนบุรี ในประเด็นที่ปรากฏในคลิป และข้อมูลต่าง ๆ ในที่เกิดเหตุ (ในฐานะพยาน) นอกจากนี้ได้มีการนัดสอบปากคำ ด.ต.ศิลปชัย วงษ์นิกร หรือนายกตุ๋ย นายกอบต.บางเดชะ ที่มีการที่มีการถูกกล่าวอ้าง (ในฐานะพยาน) ในวันเกิดเหตุ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในส่วนที่เกี่ยวข้อง หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะเร่งติดตามพยานคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด และเรื่องติดตามวัตถุพยานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนต่อไป

ทั้งนี้จากการสอบปากคำพยานทั้งหมดให้การไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนจะมีพยานคนไหนที่จะให้ปากคำเข้าข้างฝ่ายผู้ก่อเหตุหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับคำให้การของแต่ละคน แต่หากพบพยานหลักฐานที่เป็นการให้การเท็จ ก็จะต้องรับผิดชอบในคำให้การ ส่วนบุคคลใกล้ชิดกับผู้ตาย อาทิ สจ.จอย ภรรยา สจ.โต้ง , พี่ชาย และน้องชาย ตำรวจจะเรียกมาสอบปากคำด้วยเช่นกัน แต่หลังจากวันที่ 17 ธ.ค.นี้ (หลังเสร็จงานศพ)

ส่วนการตรวจสอบรถอัลพาร์ด ของโกทร เป็นการตรวจสอบการใช้รถ ตัวผู้ใช้ ว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับใคร รวมถึงการจดทะเบียน และตรวจสอบไทม์ไลน์การออกไปหาหมอตามที่คำกล่าวอ้างให้การด้วยและตรวจสอบกระจกท้ายรถที่แตก โดยจะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากพิสูจน์หลักฐานก่อน

ทั้งนี้จะมีการโอนสำนวนคดีไปให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ ผบ.ตร.เป็นผู้พิจารณาว่าจะเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ หลังจากภรรยาของ สจ.โต้งไปยื่นเรื่องให้กองปราบปรามแล้ว เพราะหากโอนสำนวนไปที่กองปราบปราม ก็จะทำให้พยานบางรายที่ไม่กล้ามาให้ปากคำเพราะเกรงกลัวอิทธิพล จะกล้าไปให้ปากคำที่กองปราบปรามได้ แต่ยอมรับศักยภาพของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 สามารถที่จะทำงานร่วมกับกองบังคับการปราบปรามได้