อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิระนองสงเคาะห์เข้าช่วยเหลือชาวบ้านถูกน้ำป่าซัด ติดอยู่กอไผ่ข้างคลอง ไม่มีแรงส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ โชคดีมีชาวบ้านเห็น รอดตายหวุดหวิด
กู้ชัยช่วยชาวบ้านน้ำป่าซัด วันนี้ (15 ธ.ค.67) จากสถานการณ์น้ำป่าหลากจากแนวเทือกเขาที่กั้นระหว่าง จังหวัดระนอง และ จังหวัดชุมพร โดยพื้นที่ 7 หมู่บ้าน ของตำบลลำเลียง อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งมีหมู่บ้านอยู่ตามเชิงเขา และที่ลุ่มริมคลอง ถูกน้ำป่าหลากตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา จนทำให้ถนนที่อยู่ริมคลองญวน หรือคลองสองแพรก ต้องเป็นคลองระบายน้ำคู่ขนาน ทำให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ถูกน้ำป่าหลากท่วมนับร้อยหลังคาเรือน ระดับน้ำตั้งแต่ครึ่งเมตรจนถึงเมตรเศษ
เมื่อน้ำเริ่มลดระดับลง มีหน่วยงานต่างๆ หลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ และองค์กรสาธารณประโยชน์ พร้อมใจกันระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลลำเลียง นำเรือช่วยอพยพประชาชน ทั้งข้าวกล่อง น้ำดื่ม ส่งให้กับประชาชนในพื้นที่ ประสบอุทกภัย
จนกระทั่งช่วงเย็นที่ผ่านมา อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิระนองสงเคราะห์ ได้รับแจ้งมีชาวบ้านถูกน้ำป่าซัด ลอยไปติดอยู่กับกอไผ่ริมคลอง ในพื้นที่บ้านสองแพรก ตำบลลำเลียง อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง อาสาสมัครกู้ภัยที่ได้รับแจ้งเหตุ จึงรีบนำเรือพลีส ที่สามารถแล่นด้วยความเร็วบนผิวน้ำได้ดี เข้าไปยังจุดที่ได้รับแจ้ง
เมื่อมาถึงโค้งน้ำในหมู่บ้าน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองได้ชี้ให้ทราบว่า มีคนติดอยู่ที่กอไผ่ แต่กู้ภัยยังไม่เห็นตัว ชาวบ้านที่เป็นพลเมืองดี ได้ตะโกนบอกคนที่ถูกน้ำป่าซัดมาติดอยู่ที่กอไผ่ว่า ให้ส่งเสียงหน่อยสิ แต่ไม่มีเสียงร้องออกมาทำด้เพียงกวักน้ำให้กระเซ็นออกจากกอไผ่ จนกู้ภัยเห็นจึงพายเรือเข้าเทียบก่อนจะให้เกาะเรือ พร้อมสวมใส่เสื้อชูชีพ ก่อนจะนำตัวมาขึ้นฝั่ง
ผู้ประสบเหตุเล่าให้ฟังว่า ตนอยู่ที่พื้นที่ต้นน้ำ ขณะน้ำป่าหลาก ตนถูกซัดมาตามสายน้ำป่าที่หลากอยู่ในคลอง ร้องเรียกขอความช่วยเหลือก็ไม่มีใครได้ยินหรือมองเห็น โชคดีที่ลอยมาที่โค้งน้ำ และเกาะกอไผ่ไว้แน่น ประกอบกับมีบ้านเรือที่ปลูกอยู่ริมน้ำ มองเห็นตนพอดี แม้จะอยู่คนละซีกฝั่งคลอง นับเป็นบุญที่มีคนมาช่วยและรอดชีวิตมาได้จากน้ำป่าหลากในครั้งนี้
นายสุพจน์ ภูติเกียรติขจร รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ได้รับรายงานพื้นที่ที่มีผลกระทบ จากเหตุน้ำป่า จำนวน 2 อำเภอ คืออำเภอกระบุรี และอำเภอละอุ่น มี 9 ตำบล 32 หมู่บ้าน ที่ประสบภัยในครั้งนี้ และได้มีข้อสั่งการให้อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ความช่วยเหลือประชาชนตามแผนเผชิญเหตุ อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ และให้สำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป