วันนี้ (18 ธ.ค.67) นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ใช้พื้นที่ในเฟซบุ๊กส่วนตัวให้ความรู้ด้านสุขภาพ โดยหมอเจดได้ยกเคสคนไข้อายุ 50 ปี ซึ่งถือผลตรวจมวลกระดูกบางมาขอคำปรึกษา หมอจึงได้ถามคนไข้ว่าทำไมถึงได้ตรวจ ซึ่งได้รับคำตอบว่า คนไข้เข้าภาวะหมดประจำเดือนมาแล้ว 5 ปี ทราบว่าจะเป็นปัญหาเรื่องกระดูกบาง จากการที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนหมดไป
“วันนี้หมอเจดอยากหยิบผลการตรวจของผู้ป่วยท่านนี้มาให้ดู รูปที่เห็นคือรูปการตรวจมวลกระดูก หรือความหนาแน่นกระดูก ซึ่งบริเวณที่เรามักจะตรวจดูเป็นประจำมีอยู่ 2 บริเวณ คือ บริเวณที่ 1 คือบริเวณคอกระดูกต้นขา บริเวณที่ 2 คือบริเวณกระดูกสันหลังช่วงเอว ซึ่งจริง ๆ แล้ว ทั้ง 2 บริเวณเป็นบริเวณที่เกิดปัญหาได้ง่าย โดยเฉพาะกระดูกคอต้นขา”

หมอเจด บอกด้วยว่า เวลาเจอปัญหานี้ในคนที่สูงอายุหรือกระดูกบาง จะเกิดปัญหาตามมาค่อนข้างสูงมาก ก็คือคนไข้จะมีปัญหาการนอนติดเตียงค่อนข้างเยอะมาก จนมีการศึกษาในหลาย ๆ ที่ว่าความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากกระดูกที่หักบริเวณนี้เทียบเท่ากับการเป็นมะเร็ง
“ฟังดูแล้วก็เหมือนจะเว่อไปใช่ไหม แต่จริง ๆ แล้วคนที่กระดูกหักบริเวณนี้จะเจอปัญหาการนอนติดเตียงค่อนข้างสูงมาก แล้วตามด้วยเรื่องของแผลกดทับในบางคน บางคนก็มีเรื่องของติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ บางคนก็มีเรื่องของการติดเชื้อในปอด กล้ามเนื้อก็จะลีบลงเรื่อย ๆ และทำให้เกิดเรื่องของความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้”
หมอเจด ย้ำว่า จริง ๆ แล้ว สาเหตุของการกระดูกเสื่อมมีหลายสาเหตุ เรื่องของอายุก็เป็นความเสี่ยง เรื่องของการใช้ยาสเตียรอยด์นาน ๆ ก็เป็นความเสี่ยง เพราะฉะนั้นการดูแลเรื่องของกระดูกให้แข็งแรงจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หลายคนมักจะมองข้ามตรงนี้ไปเพราะรู้สึกว่า “ฉันยังเดินได้ ฉันยังใช้ชีวิตได้เป็นปกติดี” แต่จริง ๆ แล้วหารู้ไม่ว่าโครงสร้างที่แข็งแรง ข้างในอาจจะพังทลายไปแล้วก็ได้ เหมือนบ้านเราที่ดูแข็งแรงอยู่แต่ข้างในโดนปลวกเจาะไปหมดแล้ว