แจ้งข้อหา ส.ต.ท.โอม โดน 2 ข้อหาหนักฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและข้อหาเสพยาเสพติด หลังแฟนสาวกระโดดออกจากรถกระบะเสียชีวิต พร้อมได้นำตัวไปฝากขังยังศาลจังหวัดระนองทันที เจ้าตัวยืนยัน ไม่คิดว่าแฟนสาวจะกล้ากระโดดออกจากรถ ยืนยันไม่ได้ตั้งใจที่จะให้เกิดเหตุแบบนี้
เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 ตามที่ สภ.เมืองระนอง ได้ดำเนินคดี กับ ส.ต.ท.โอม อายุ 24 ปี กรณีเหตุนางสาวเอิร์น อายุ 24 ปี กระโดดออกจากรถยนต์กระบะ จนถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 เวลา 01.30 น. ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.เมืองระนอง ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พบว่ามีหลักฐานเพิ่มเติมในคดี เชื่อได้ว่า ส.ต.ท.โอม กระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และข้อหาเสพยาเสพติด
ได้ควบคุมตัวส.ต.ท.โอม อายุ 24 ปี ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จว.ระนอง ผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติม ช่วงที่ควบคุมตัวมาทีมข่าวพยายามสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเจ้าตัวว่ามีเจตนาที่จะเร่งเครื่องแล้วให้แฟนสาวตกแบบในกล้องวงจรปิดหรือไม่ เจ้าตัวตอบว่า “ ไม่ครับ” ส่วนความเร็วของรถที่ทีมข่าวพยายามสอบถามเจ้าตัวว่าขับมาเร็วขนาดไหนเจ้าตัวตอบเองว่า “ ไม่ “ ส่วนจะขอโทษผู้ตายหรือจะอะไรกับคุยกับผู้ตายในฐานะคนเป็นแฟนกันหรือไม่เจ้าตัวไม่ตอบอะไ รได้แต่ก้มหน้าเคร่งเครียดก่อนเข้าห้องสอบสวนไป เพื่อรับทราบข้อหาเพิ่มเติม
จากนั้นช่วงที่ควบคุมตัว ส.ต.ท.โอม ไปฝากขังศาลจังหวัดระนอง มาทีมข่าวพยายามสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น เจ้าตัวไม่พูดอะไร แต่เมื่อขึ้นไปบนรถคุมขัง เจ้าตัวเปิดปาก ไม่รู้ว่าแฟนสาวจะโดด นักข่าวถามเจ้าตัวต่อว่ามีอะไรจะพูดกับแฟนสาวหรือไม่ครอบครัวให้การสนับสนุนทั้งคู่อย่างดี เจ้าตัวตอบว่า “ ครับ“ ยืนยันไม่ได้ตั้งใจที่จะให้เกิดเหตุแบบนี้ ที่เร่งเครื่องไม่ได้อยากจะทำให้เกิดเหตุ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแฟนสาวกระโดดลงไปแบบนั้น ส่วนที่จอดตรงไปแดงและแฟนสาวลงไปตนเองวนรถกลับมา เพื่อจะรับไปเก็บเสื้อผ้าและไปส่งที่โรงแรมหลังเลิกรากันแล้ว ไม่ได้กระชากเพื่อไปก่อเหตุหรือข่มขู่ภายในรถ ส่วนเรื่องยาเสพติดยืนยันว่าไม่ได้เสพไม่รู้ จากนั้นได้นำตัวไปฝากขังยังศาลจังหวัดระนอง ทันที
ขณะที่ นายสมศักดิ์ อายุ 50 ปี พ่อของหมู่โอมและแม่ของหมู่โอม เล่าว่า หลังจากช่วงเกิดเหตุในคืนนั้นจู่จู่ลูกชายได้โทรมาแจ้งเรื่องกับตนเองให้ทราบว่า เอิร์นได้กระโดดตกรถ“ ตนเองพอได้ยินแบบนั้นก็รีบเดินทางกันไปที่เกิดเหตุตามที่ลูกชายแจ้ง ไปถึงก็พบว่า เอิร์นแฟนสาวของลูกชายเสียชีวิตคาที่แล้ว ระหว่างนั้นพบว่าลูกชายก็อยู่ในอาการเครียดกังวล หน้าตาซึมเศร้าตลอดเวลา และไม่ได้เล่าอะไรให้ตนเองฟังมากนัก
ที่ผ่านมาตนเองก็ทราบมาโดยตลอดว่าลูกชายกับแฟนสาวของเขามีเรื่องระหองระแหงทะเลาะกันบ่อย แต่พอเขาทะเลาะกันแล้ว ก็กลับมาดีกันเป็นแบบนี้ทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา จนตนเองมองว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของเขามากกว่า เพราะที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยเลิกรากันเลยอยู่ด้วยกันทั้ง 2 คนตลอด บ้างครั้งถ้าไม่ไหวนางสาวเอิร์นคนตายก็จะทักมาบอกว่า “ หนูทะเลาะกับโอมนะแม่ “ ส่วนข้อมูลที่พูดกันว่าลูกชายทำร้ายทุบตีแฟนสาวเขานั้นตนเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันเลย ส่วนแฟนสาวของลูกชายคนนี้ตนเองก็รักเหมือนลูกแท้ ๆ เหมือนกันคอยดูแลเอาใจใส่เขาคอยช่วยเหลือเพราะเห็นว่าเค้าก็คบหากับลูกชายของตนเอง
ต่อมาช่วงเย็น แม่และพี่สาว ของผู้ตาย เดินทางจากจังหวัดระยอง เพื่อมาทำเรื่องการเสียชีวิตของลูกสาวและให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมี พ.ต.อ.ธวัชชัย ซุ้นเจริญ ผกก.สภ.เมืองระนอง ร่วมสอบปากคำด้วยส่วนศพ เนื่องจากญาติพึ่งมาถึงจะต้องรอเอกสารและจะนำออกจากโรงพยาบาลระนองได้ในวันเสาร์นี้ และนำไปบำเพ็ญกุศลศพ ที่ศาลา 4 วัดสุวรรณคีรีวิหาร พระอารามหลวง ส่วนค่าใช้จ่ายในการทำศพทาง พ.ต.อ.ธวัชชัย ซุ้นเจริญ ผกก.สภ.เมืองระนอง ร่วมกับเพื่อนตำรวจจะเป็นเจ้าภาพคาดสวด 3 วัน
หลังจากนั้นนางเอื้องพร พ่อชัยราช อายุ 62 ปี และนางสาววิชุนัน สุริยกมล แม่และพี่สาวน้องเอิร์นคนตายให้สัมภาษณ์ไปร้องไห้ไปว่าเธอเองยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกของเธอยังไม่เห็นศพลูกเลยพรุ่งนี้เช้าถึงไปดูได้ ส่วนจะเป็นอุบัติเหตุหรือไม่ทันเธอเองก็ยังไม่ชี้ชัด แต่เธอยืนยันได้ว่าลูกของเธอรักตัวกลัวตายมาก ๆ รักความสวยงามเชื่อไม่กล้าที่จะโดด ล่าสุด ที่ได้คุยกับลูกสาวราว 2-3 วันก่อนเกิดเหตุ ลูกสาวโอนเงินมาให้ไปซื้อผลไม้กิน 300 บาท ก่อนสั่งว่า “ ดูแลสุขภาพให้ดี แม่อย่าเป็นอะไรนะ หนูยังไม่มีอะไรเลย ดูแลกันไปก่อน “ คล้าย ๆ สั่งเสียนอกจากนั้นนางสาวเอิร์นยังได้โทรศัพท์คุยกับลูกชาย 7 ขวบ จะขึ้น ป.2 ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่าแม่ตาย