เด็กหญิง 12 ขวบ เดินเท้าไกลหลายกิโลเมตร หนีออกจาบ้านมาขอความช่วยเหลือ อ้างถูกพ่อแท้ ๆ อนาจาร อยากไปอยู่กับแม่แยกทางกันอยู่
วันที่ 28 มกราคม ผู้สื่อข่าวแจ้ง ว่ามีพลเมืองดี พบเจอเด็กหญิง วัย 12 ขวบ เดินเท้าเข้าขอความช่วยเหลือ ขอข้าว ขอน้ำกิน อ้างถูกพ่อแท้ ๆ ทำอนาจาร ก่อนช่วยเหลือ นำตัวส่ง สภ.นครหลวง ซึ่งเด็กหญิง อยู่ในสภาพ เสื้อผ้า เนื้อตัวมอมแมม ยังมีทีท่าหวาดระแวง เมื่อเห็นคนเยอะๆ ผู้สื่อข่าวจึงพยายามสอบถาม ว่าเกิดอะไรขึ้นเบื้องต้นได้ข้อมูลว่า พักอาศัยอยู่ภายในบ้านเช่าแห่งหนึ่งกับพ่อ ส่วนแม่แยกทางกันอยู่
เด็กหญิงอ้างว่า เมื่อเช้ากำลังนอนหลับอยู่ จู่ ๆ พ่อก็ขึ้นค่อมจับถอดกาง และถลกเสื้อผ้า พยามจะข่มขืนกระทำชำเรา แต่ตนเองดิ้นสู้ และเป็นจังหวะที่มีคนมาเรียกพ่อไปทำงานพอดี จึงฉวยโอกาสเดินเท้าออกมาจากบ้าน มาขอความช่วยเหลือที่อู่ซ่อมรถ เพราะต้องการกลับไปหาแม่ ที่ จ.อุทัยธานี และยืนยันว่าเรื่องราวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง
ด้าน นาย สุรพงศ์ 46 ปี พลเมืองดี เจ้าของอู่ทำสีรถ เล่าว่า เด็กหญิงวัย 12 ขวบ เดินเลาะคันคลองชลประทานนครหลวง เข้ามาในอู่ ตนไม่แน่ใจว่าเดินมาจากที่ไหน จากนั้นบอกหิว ขอข้าวขอน้ำ ตนจึงให้ขนมให้น้ำนมกิน เมื่อกินเสร็จเด็กก็รีบเดินออกจากอู่ไป ตนเองเกรงว่าเด็กจะเป็นอันตราย จึงรีบเดินไปถามว่าจะไปไหน เด็กบอกว่าจะไปหาแม่ จากนั้นเด็กก็เล่าให้ฟังว่าหนีออกจากห้องเช่าเพราะถูกพ่อทำร้าย และถูกพ่อจะข่มขืน ซึ่งตนเองก็รู้สึกตกใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าเด็กพูดจริงหรือพูดโกหกจริงรีบแจ้งตำรวจและนำตัวไปส่งที่สภ. นครหลวงทันที
เบื้องต้น พ.ต.ต.รักชาติ ประสพผล สว.(สอบสวน) สภ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ได้พูดคุยกับเด็ก แล้ว เพื่อทำประวัติ ซึ่งเด็กสามารถ ระบุชื่อ พ่อแม่ ที่อยู่ได้ชัดเจน อยู่ระหว่างดำเนินการติตต่อ ส่วนจะถูกทำอานาจาร หรือไม่ นั้นต้องรอเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ เข้าพูดคุย อย่างละเอียด อีกครั้ง ระหว่างนี้ ได้ประสาน เจ้าหน้าที่ บ้านพักเด็ก และคนชรา จ.พระนครศรีอยุธยา รับเด็กเข้าไปคุมครองดูแลก่อนชั่วคราว