“จุฬาฯ ระดมคิด พลิกวิกฤต PM2.5” งานวิจัยพบว่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีโลหะหนักที่เป็นสารก่อมะเร็ง

“จุฬาฯ ระดมคิด พลิกวิกฤต PM2.5” งานวิจัยพบว่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีโลหะหนักที่เป็นสารก่อมะเร็ง

View icon 507
วันที่ 29 ม.ค. 2568 | 17.51 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“จุฬาฯ ระดมคิด พลิกวิกฤต PM2.5”  เสนอแนวทางรับมือและร่วมแก้ไขวิกฤต PM2.5 เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยงานวิจัยพบว่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีโลหะหนักที่เป็นสารก่อมะเร็ง เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งปอด

วันนี้ (29 ม.ค.68)  ปัญหาฝุ่น PM2.5 กลายเป็นวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชน ปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศนี้ ได้แก่ การเผาไหม้ในที่โล่ง การคมนาคม ที่หนาแน่น การดำเนินกิจกรรมในภาคอุตสาหกรรม และปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศที่มีองค์ความรู้และงานวิจัยครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และวิทยาศาสตร์การจัดการ จัดงานเสวนา Chula the Impact ครั้งที่ 30 ในหัวข้อ “จุฬาฯ ระดมคิด พลิกวิกฤต PM2.5” เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชนเกี่ยวกับการป้องกันและดูแลสุขภาพในสถานการณ์มลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM2.5 รวมถึงการเตรียมความพร้อมรับมือในระยะยาว

679a08e7902d98.15651117.jpg

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เน้นย้ำบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการใช้ความรู้และงานวิจัยจากคณาจารย์ นักวิจัยจุฬาฯ ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องนี้ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 พร้อมชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน

679a093f8f1f71.61270014.jpg

อ.ดร.พญ.ภัทราวลัย สิรินารา ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกัน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า "จากงานวิจัยทั่วโลกจำนวนมากให้ผลยืนยันตรงกันว่า PM2.5 มีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งผลกระทบเฉียบพลันและเรื้อรัง ตัวอย่างผลกระทบเฉียบพลันจาก PM2.5 เช่น อาการระคายเคืองตา ไอแห้ง เจ็บคอ หายใจไม่สะดวก ผื่นคันตามตัว ผลกระทบเรื้อรัง เช่น หอบหืดกำเริบ หลอดลมอักเสบ มะเร็งปอด โรคหัวใจ อัลไซเมอร์ นอกจากนี้ PM2.5 ไปทำให้เซลล์ของร่างกายอักเสบบ่อย ๆ จนความสามารถซ่อมแซมเซลล์ของยีนเปลี่ยนแปลงไปจนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด"

อ.ดร.พญ.ภัทราวลัย เผยว่า "จากงานวิจัยพบว่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีโลหะหนักที่เป็นสารก่อมะเร็ง เช่น สารหนู แคดเมียม และโครเมียมในปริมาณค่อนข้างสูง ซึ่งสารเหล่านี้ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งปอด" พร้อมแนะนำให้ประชาชนใส่หน้ากาก N95 หรือสูงกว่าเพื่อป้องกัน และหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อค่าฝุ่นอยู่ในระดับสูง     

“ประเทศไทยใช้ค่า cutoff ของ PM2.5 ที่ปลอดภัยมานานที่ < 50 mcg/m³ และเพิ่งปรับเป็น < 37.5 mcg/m³     ในปี 2566 แต่จากงานวิจัยพบว่าหากเราลดค่า cutoff ลงมาเท่าเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลกที่ < 15 mcg/m³ จะช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งในประชากรไทยได้ถึง 44% และหากลดลงมาอยู่ที่ < 25 mcg/m³ ก็ยังช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งได้ 17%"

679a0b0f2a9607.91529219.jpg

รศ.ดร.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ  กล่าวว่า "การแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศต้องเริ่มจากการตรวจวัดและวิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เข้าใจต้นเหตุของปัญหา และต้องมีการแก้ไขที่แหล่งกำเนิด ควบคู่ไปกับการจัดการแบบบูรณาการในทุกมิติ เพราะแต่ละแหล่งกำเนิดมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากมาย การจัดการแบบแยกส่วนจะไม่ได้ผล นอกจากนี้ควรเป็นการจัดการที่มีส่วนร่วมจากชุมชน และมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม"

รศ.ดร.ศิริมา ยังเน้นว่า "ภาครัฐต้องมีความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และต้องกำหนดกรอบเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจน เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ"

679a0b98a18900.01636259.jpg

รศ.ดร.ทรรศนีย์ เจตน์วิทยาชาญ ผู้อำนวยการหลักสูตรสหสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า "วิกฤติฝุ่น PM2.5 ที่มีค่าสูงต่อเนื่องหลายวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถอธิบายด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสองปัจจัยหลัก ได้แก่ แหล่งกำเนิดมลพิษและสภาพอากาศ ฝุ่น PM2.5 เกิดจากการเผาไหม้เป็นหลัก ซึ่งผลการวิจัยที่วิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของฝุ่นชี้ให้เห็นว่า แหล่งกำเนิดที่สำคัญในกรุงเทพฯ ได้แก่ การจราจร โรงงานอุตสาหกรรม การเผาชีวมวล และละอองลอยจากเกลือทะเล นอกจากนี้ การเกิดฝุ่นทุติยภูมิจากปฏิกิริยาเคมี  ในบรรยากาศก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ อิทธิพลของสภาพอากาศ โดยเฉพาะลมอ่อน อุณหภูมิผกผัน และมวลอากาศเย็นที่มีความเร็วลมต่ำในช่วงฤดูหนาว ทำให้ฝุ่นสะสมและกระจายตัวช้า

รศ.ดร.สุทธิรัตน์ กิตติพงษ์วิเศษ สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาฯ กล่าวว่า "การจัดการคุณภาพอากาศเป็นเรื่องของทุกคน เราต้องตั้งรับ ปรับตัว และป้องกันตนเองและครอบครัว โดยเพิ่มการรับรู้ความเสี่ยงและทักษะ Data Literacy ให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่เปราะบางต่อปัญหานี้"

รศ.ดร.สุทธิรัตน์ กล่าวว่า "ควรมีการสื่อสารข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะข้อมูลเชิงคาดการณ์ที่สามารถช่วยให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือกับปัญหาได้ล่วงหน้า และภาครัฐควรให้ความสำคัญกับวิกฤต PM2.5 ในทุกมิติ ไม่ใช่แค่ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ต้องรวมถึงมิติทางสังคมและเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน"