จำคุกตลอดชีวิต "กำนันนก" ฐานใช้ให้ลูกน้อง ฆ่า "สารวัตรศิว" ชี้ พยานให้การสอดคล้องกัน หลังฟังคำพิพากษา แม่และเมียจำเลยก้มหน้าร้องไห้
วันนี้ (30 ม.ค.68) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ นำตัวนายประวีณ หรือกำนันนก อดีตกำนันชื่อดังใน จ.นครปฐม ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มาฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.3694/2566 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายประวีณ เป็นจำเลย ในความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,ใช้ หรือจ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 68, 80, 84, 288
คดีนี้อัยการโจทก์ ฟ้องระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ย.66 เวลากลางคืน จำเลยได้ใช้จ้างวานให้นายธนัญชัย หรือหน่อง ท่าผา คนสนิท (เสียชีวิต) ใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว หรือสารวัตรแบงค์ สว.กก.2 บก.ทล. ในงานเลี้ยงวันเกิดภายในบ้านพักของจำเลยที่ตำบลตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตเวลาต่อมา และกระสุนยังถูก พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.2 บก.ทล. ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า พยานเบิกความสอดคล้องต้องกันทุกปากว่าในวันเกิดเหตุ กำนันนก ขอให้มีการย้าย ญาติ จากตำรวจสายตรวจรถยนต์มาเป็นสายตรวจรถจักรยานยนต์ แต่ผู้ตายปฏิเสธและขอให้รอในช่วงเดือน ต.ค.ก่อน เพราะจะมีคนเกษียณอายุราชการในหน่วยงาน ทำให้กำนันนกไม่พอใจ จึงมีการท้าทายดวลเหล้าเพียว โดยสารวัตรศิว สั่งลูกน้อง ให้ไปหากุญแจมือ เพื่อจะมาคล้องแขน กับกำนันนก แต่หาไม่เจอ จึงใช้ผ้าที่เก้าอี้มาผูกแขนผู้ตายและจำเลยไว้ไม่ให้ลุกหนี แต่กำนันนกดื่มสู้ไม่ได้ ทางผู้ตายได้พูดในทำนองว่าดื่มหมดก่อนทุกครั้งทำให้จำเลยรู้สึกเสียหน้า ท่าทีนิ่ง ก่อนจะลุกขึ้นตบโต๊ะจากนั้นได้ลุกออกจากโต๊ะ VIP เดินกลับไปที่โต๊ะนั่งหัวโต๊ะของฝั่งโต๊ะยาว และมีอาการฉุนเฉียว โดยญาติจำเลยและผู้เสียชีวิตได้เดินตามมาขอโทษ โดยญาติจำเลยได้นั่งยอง ๆ กอดที่เอวของจำเลย ขณะที่ผู้ตายได้นั่งอยู่ข้าง ๆ และพูดทำนองว่า ดื่มกันสนุก ๆ เฉย ๆ ฝ่ายจำเลยได้บอกกับญาติว่า ให้รีบเดินทางกลับไปเดี๋ยวเลือดเปื้อนหน้า จากนั้นญาติจำเลยจึงเดินทางกลับ ขณะที่ผู้เสียชีวิตกลับไปนั่งที่โต๊ะ VIP ในตำแหน่งหัวโต๊ะที่จำเลยนั่ง
จากนั้นกำนันนกได้มีการถามหาอาวุธปืน และพูดว่า อย่างนี้เอาไว้ไม่ได้ ซึ่งนายธนัญชัย หรือหน่อง ท่าผา ได้ยินข้อความดังกล่าว ซึ่งคนปกติทั่วไปเข้าใจว่าหมายถึงต้องฆ่าให้ตาย นายธนัญชัยจึงเดินไปที่โต๊ะ VIP หันมาถามจำเลยว่า "ลูกพี่เอาไง" จำเลยพยักหน้า นายธนัญชัยจึงใช้อาวุธปืนกล็อก ขนาด 9 มม.ยิงผู้ตายหลายนัดกระสุนปืนไปถูก พ.ต.ท.วศินได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งสองถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนครปฐม โดยผู้ตายเสียชีวิตในเวลาต่อมา
เชื่อว่าพยานโจทก์เบิกความไปตามความจริงที่พบเจอมา อีกทั้งพยานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน ทำให้มีน้ำหนักให้รับฟังว่า จำเลยเป็นผู้ใช้ให้นายธนัญชัยไปก่อเหตุยิงผู้เสียชีวิต จากสาเหตุที่ไม่พอใจเมื่อขอให้ย้ายญาติ มาเป็นสายตรวจรถจักรยานยนต์ อีกทั้งจำเลยรู้สึกอับอายเสียหน้าที่ดื่มสุราแพ้ แม้มีคนเตือนสติว่า จำเลยมีอาการเมามากให้ไปนอนพัก โดยนายธนัญชัยซึ่งนั่งอยู่ในโต๊ะยาว แม้จำเลยไม่ได้พูดแต่นายธนัญชัยเป็นลูกน้องคนสนิท จากการตรวจสอบเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายธนัญชัย แสดงให้เห็นถึงความเคารพรักที่นายธนัญชัยมีต่อจำเลย วันเกิดเหตุนายธนัญชัยแสดงตัวเอาใจจำเลย ทั้งที่ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ตายมาก่อน การกระทำของจำเลยเป็นการใช้ให้นายธนัญชัยฆ่าสมเจตนาของจำเลยและทำให้ พ.ต.ท.วศิน บาดเจ็บ
ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมาย มาตรา 288 ,60 ,80, 84 เป็นผู้ใช้ให้ฆ่าผู้อื่น อันเป็นโทษบทหนักสุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ในระหว่างการพิจารณาคดีจำเลยได้บรรเทาผลร้ายจนโจทก์ร่วมซึ่งมีพ่อ แม่ ภรรยาและบุตรของ พ.ต.ต.ศิวกร และพ.ต.ท.วศิน พอใจจนยอมถอนคำร้องเรียกค่าเสียหาย ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตและให้ริบของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน และให้นับโทษต่อ ในคดี อท. 206/2566 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ให้ลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดีมีพ่อ แม่ และภรรยา รวมทนายความ มาร่วมฟังคำพิพากษา ภายหลังศาลมีคำพิพากษา แม่ของกำนันนกได้เข้าไปสวมกอดให้กำลังใจ โดยแม่และภรรยา ร้องไห้ ปลอบใจซึ่งกันและกัน