สาวขับเก๋ง พุ่งข้ามเลนไปชนกับ รถบรรทุกน้ำมัน 10 ล้อ เสียชีวิต บริเวณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองท่ายาง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร
วันที่ 31 มกราคม 2568 เวลา 04.20 น. ร.ต.อ.ชนะวุทธิ์ กรรมแต่ง รอง สว. (สอบสวน) สภ.ปากน้ำ ได้รับแจ้งเหตุรถเก๋งนั่งส่วนบุคคล ชนกับรถบรรทุกน้ำมัน 10 ล้อ บริเวณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองท่ายาง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร แจ้งผู้บังคับบัญชาแล้วเดินทางพร้อมกับ กู้ชีพกู้ภัย สายชล และแพทย์โรงพยาบาลปากน้ำมาที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุ ถนนชุมพรปากน้ำ หมู่ 1 ตำบลท่ายาง อำเภอเมืองชุมพรพบรถเก๋งฮอนด้า City สีขาว นางสาวภิญญาดา กิ้มซิ้ว ทราบชื่อภายหลัง เป็นผู้ขับขี่ วิ่งจากตัวเมืองชุมพรมุ่งหน้าปากน้ำ ข้ามเลนไปชนกับ รถบรรทุกน้ำมัน 10 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว กู้ชีพ กู้ภัยได้ทำการ เข้าตรวจสอบผู้บาดเจ็บพบว่าผู้บาดเจ็บไม่ชีพจร จึงแจ้งให้ศูนย์วิทยุกู้ภัยกู้ภัยมูลนิธิชุมพรการกุกุศลสงเคราะห์สายชล รับทราบถึงสถานการณ์ผู้ประสบอุบัติเหตุได้เสียชีวิตแล้วจึงรอเจ้าหน้าที่ ปภ.นำเครื่องมือตัดถ่างมานำรางผู้เสียชีวิตออกจากซากรถ
ประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ได้ยินเสียงรถชนกันจึงวิ่งมาดูที่เกิดเหตุที่อยู่ไม่ไกลก็เห็นเป็นรถเก๋งฮอนด้า City สีขาววิ่งข้ามเลนไป ชนรถบรรทุกน้ำมันก่อนถึง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองท่ายาง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ไม่เกิน 10 นาที่ก็มีเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ช่วยเหลือเหตุอย่างรวดเร็ว
นายนวพล พงษ์จินดา ทีมกู้ชีพกู้ภัย เล่าให้ฟังว่า ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ ว่าเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนกับรถ 10ล้อ เมื่อเวลา 04.17 น จัดรถพยาบาลออกมาก็พบเป็นเพศหญิงไม่รู้สึกตัวและติดภายในตัวรถ จึงขอการสนับสนุนจากทีมกู้ภัยสายชลนำเครื่องตัดถ่างมาที่เกิดเหตุและขอรถโรงบาลชุมพร ปากน้ำชุมพรมายืนยันการเสียชีวิตของผู้เสียชีวิตในที่เหตุ ผู้เสียชีวิตอายุประมาณ 25-30 ปี จากเหตุการณ์คนขับรถเก๋งน่าจะขับมาจากตัวเมืองชุมพรกลับเข้าพื้นที่ตำบลปากน้ำ รถบรรทุก10ล้อ น่าจะออกมาจากคลังเพื่อไปส่งน้ำมันพื้นที่ บางคอย ไปส่งในตัวเมืองและต่างจังหวัด
ร.ต.อ. ชนะวุทธิ์ กรรมแต่ง รอง สว. (สอบสวน) สภ.ปากน้ำชุมพร ได้รับแจ้งเหตุ อุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต รุดมายังที่เกิด รวบรวมเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อมทั้งสอบถามพยานคนเห็นเหตุการณ์ พบผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิง นางสาวภิญญาดา ส่วนคนขับรถบรรทุกน้ำมัน ยืนรอให้การอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงได้สอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป