เช้านี้ที่หมอชิต - คดีพ่อเสี่ยท่าข้าว จังหวัดกาฬสินธุ์ ถูกฆ่าโหด มัดคอ มัดมือ จุดเพลิงเผาให้ตายทั้งเป็นในกระท่อม คนร้ายไม่ใช่ใคร แต่เป็นลูกสาวคนสุดท้อง ล่าสุด ศาลฯ อนุมัติหมายจับแล้ว
เมื่อ 4 วันก่อน นางสาวปุ้ย ปฏิเสธไม่ใช่คนร้ายที่ลงมือฆ่าเผา ตาบุญเลี้ยง หรือ พ่อใหญ่แดง อายุ 73 ปี และยังบอกอีกว่า พ่อไม่มีสมบัติอะไร มีแค่เงินประกัน 10,000 บาท เธอจะเอาชีวิตพ่อไปแลกทำไม สู้ฆ่าสามีไม่ดีกว่าหรือ เพราะทำประกันชีวิตไว้ วงเงินถึง 1 ล้านบาท
แต่ด้วยพยานหลักฐาน ที่ชี้มายังตัวลูกสาวของผู้เสียชีวิต ทั้งคำให้การของวัยรุ่นชาย ที่เห็นลูกสาวขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากหลังกระท่อมขณะเพลิงไหม้ ก่อนวนรถมาถามว่า เห็นคนไหม แถมบอกกับวัยรุ่นว่า ไม่ต้องดับ แล้วขี่รถเข้าหมู่บ้านหายไป
ทำให้ตำรวจมั่นใจว่าคนร้ายคือ ลูกสาวแน่นอน จึงเชิญตัวมาสอบปากคำทุกวัน และพบพิรุธจากให้คำการ เช่น วันแรกยอมรับไปซื้อน้ำมันขวด แต่เป็นน้ำมันพืช วันต่อมาบอกไปซื้อน้ำอัดลม ไม่ใช่น้ำมัน แม้จะเค้นสอบปากคำอย่างหนัก แต่ลูกสาวไม่ปริปากรับสารภาพเลย ทำให้ตำรวจใช้จิตวิทยา พาตัวไปที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อจับพิรุธคำให้การ จากนั้นคุมตัวไว้ ไม่ปล่อยให้กลับบ้าน จนกระทั่ง 19.00 น.ของเมื่อวาน ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ อนุมัติหมายจับฐานฆ่าบุพการีโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน
ระหว่างชุดสืบสวนพาตัวผู้ต้องหาออกจากห้องสืบสวน กลุ่มผู้สื่อข่าวรุมถามสาเหตุ ผู้ต้องหาเอาแต่ก้มหน้าหลบ ปิดปากเงียบสนิท
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ปัญหามาจากเรื่องเงิน ก่อนเกิดเหตุ ผู้ต้องหามาหาผู้เสียชีวิตที่กระท่อมเพื่อขอเงิน แต่ผู้เสียชีวิตไม่มี ก็บังคับให้ไปขอเงินจากพี่ชาย ที่เป็นเจ้าของท่าข้าว จนมีปากเสียงกัน ผู้ต้องหาผลักผู้เสียชีวิตล้ม แล้วใช้สายไฟมัดคอ มัดมือ ก่อนใช้ไฟแช็กจุดเพลิงเผากระท่อมย่างสดพ่อทั้งเป็น
ด้านลูกชายของผู้เสียชีวิต บอกว่า เชื่อตั้งแต่แรกว่าคนร้ายที่ฆ่าพ่อ คือผู้ต้องหา เพราะพูดกลับไปกลับมาทุกวัน หลังความจริงปรากฏ ยอมรับโล่งอก แต่อยากให้สืบสวนลงลึกกว่านี้ เนื่องจากไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาจะลงมือคนเดียว