รวบ ยี-ลี่ '2 บอสจีนคู่หูนรก' เจ้าของคอลเซ็นเตอร์ประเทศเพื่อนบ้าน

รวบ ยี-ลี่ '2 บอสจีนคู่หูนรก' เจ้าของคอลเซ็นเตอร์ประเทศเพื่อนบ้าน

View icon 181
วันที่ 6 ก.พ. 2568 | 11.04 น.
News
แชร์
รวบ ยี-ลี่ "2 บอสจีนคู่หูนรก" เจ้าของคอลเซ็นเตอร์ประเทศเพื่อนบ้าน  ยึดทรัพย์ 15 ล้าน ขยายผลพบแก๊งสแกรมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายแห่ง

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ  ผอ.ศปอส.ตร. เปิดปฏิบัติการกวาดล้างตามนโยบายของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ส่งทีมตำรวจ PCT ส่งจ๋อแจ๊ะ ร่วมน.1 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ไล่ล่า “2บิ๊กบอสคอลเซ็นเตอร์ ยี-ลี่” ก่อนบุกเข้าจับกุม  ณ หมู่บ้านหรูใจกลางกรุง ยึดทรัพย์ 15 ล้าน ขยายผลพบแก๊งสแกรมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายแห่ง

โดยเมื่อวานนี้ (5 ก.พ. 68) เวลาประมาณ 23.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ  พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) , พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. , พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ผบก.สส.บช.น. / รองหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล ศปอส.ตร., พล.ต.ต.โชติวัฒน์  เหลืองวิลัย รรท.ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.อาทร  ชิ้นทอง รรท.ผบก.ศูนย์ฝึกอบรมกลาง/ศปอส.ตร. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. รองหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล ศปอส.ตร. , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิลผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. / จนท.วิเคราะห์ข้อมูล ศปอส.ตร. , พ.ต.ท.เอกศิษฐ์วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.กก.สส.1 บก.สส.บช.น. ,พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. / จนท.ศปอส.ตร.ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. (PCT) และ บก.สส.บช.น. สืบสวนจับกุมตัว

1. นายยี วานโยว  อายุ 29 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.784/2568 ลงวันที่ 5 ก.พ. 68
2. นายลี่ เว่ยเจีย   อายุ 30 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.785/2568 ลงวันที่ 5 ก.พ. 68

โดยกล่าวหาว่า “เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวใดๆเพื่อมีการซื้อขายให้เช่าหรือยืมบัญชีเงินฝากหรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์เพื่อในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด และเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวใดๆ เพื่อมีการซื้อขายให้เช่าหรือให้ยืมหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้ในนามของบุคคลหนึ่งแต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้”

จับกุมตัวผู้ต้องหาที่ 1 ได้ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านหรูใจกลางกรุงฯ ตรวจยึดของกลาง 4 รายการ
1.เงินสด (ไทยและต่างประเทศ) มูลค่าประมาณ 417,546.67 บาท
2.ของแบรนด์เนมจำนวนมาก มูลค่าประมาณ 4,305,846.67
3.รถยนต์ Benz Maybach S580e ราคาประมาณ 11,000,000 บาท
4.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง (พบข้อมูลเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นจำนวนมาก)
รวมทรัพย์สินที่ตรวจยึดมูลค่าประมาณ 15,305,846.67 บาท

พฤติการณ์กล่าวคือ แผนประทุษกรรม “กระทืบซ้ำ” มุขใหม่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลโกงคร่าชีวิตสุดอันตราย โดยกลุ่มคนร้ายจะสร้างเพจปลอมทำเสมือนเป็นหน่วยงานตำรวจและ ปปง. พร้อมคีย์เวิร์ด “ติดตามทรัพย์สินที่ถูกหลอกคืน” และทำการ “ยิงแอด” โฆษณาปั่นยอดไลก์ให้เพจดูมีความน่าเชื่อถือ ทำให้ประชาชนในโลกโซเชียลหลงเชื่อว่าเป็นหน่วยงานจริงๆ แต่เมื่อทำการติดต่อไปจริงๆ จะถูกลากจูงเข้าไปสู่ “ห้องเชือด” ซึ่งเป็นกลุ่มไลน์ที่จะมี ทนาย ผู้เชี่ยวชาญ หัวหน้าฝ่าย It ต่างๆนาๆ ทำทีสร้างชาจน์เส้นทางการเงินให้เหยื่อดู ก่อนอ้างว่าเงินที่ถูกหลอกไหลไปสู่เว็บพนันในต่างประเทศ จะต้องให้ฝ่าย It ยิงระบบนำเงินคืนมา แต่ท้ายสุดทำไปทำมาก็ถูกหลอกซ้ำอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือแก๊งสแกรมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้านหลายๆแห่ง ต่างหันมาใช้แผนประทุษกรรมนี้ในการหลอกลวงเป็นจำนวนมาก

ซึ่งหลังจับกุมนายลี่ ได้แล้วชุดสืบสวนขยายผลไปที่บ้านหรู ก่อนเข้าไปในบ้านพักเพื่อจับกุมตัวนายยี่ แต่เมื่อมาถึงหน้าห้องนอนของนายยี่ไม่ยอมเปิดประตูให้จนชุดสืบสวนต้องใช้กำลังพังประตู บุกเข้าไปรวบตัว

หลังการจับกุม พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้ขยายผลจากการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์พบว่า ทั้งสอง เป็นระดับ “บิ๊กบอส” มีธุรกิจ คอลเซ็นเตอร์ ,สแกรมเมอร์ และบริษัทฟอกเงิน หลายแห่งในประเทศเพื่อนบ้าน โดยล่าสุดทั้งสองหันมาจับการหลอกลวงแบบ “ยิง SMS” และล่าสุดพึ่งจะหาซื้อถังข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์กว่าหลายแสนเบอร์เพื่อจะนำมายิง SMS หลอกลวงนี้ และยังพบข้อมูลในโทรศัพท์การเข้าถึงควบคุม “หลังบ้าน” ของสแกรมเมอร์ที่มีที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน หลังขยายผลชุดสืบสวนได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินภายในบ้านหรูแห่งนี้หลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท

โดยในชั้นจับกุม นายยี วานโยว และ นายลี่ เว่ยเจีย ให้ยังคงการปฏิเสธข้อกล่าวหา 

ขณะนี้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ขยายผลการจับกุม ณ บ้านหรูดังกล่าว เพื่อปฏิบัติการกวาดล้างตามนโยบายของรัฐบาล ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป