วันนี้ (6 ก.พ. 68) นายอุปกิต ปาจรียางกูร อดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีต สว.) เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับมาตรการตัดไฟฟ้าที่ส่งไปประเทศเมียนมา เพื่อแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และธุรกิจผิดกฎหมาย ซึ่งในความเป็นจริงรัฐบาลควรดำเนินการให้เร็วกว่านี้ ดังนั้นต้องขอบคุณ นายหลิว จงอี ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงและสาธารณะ กับคณะของประเทศจีนที่มาเมืองไทยแล้วเหมือนกดดันจนทำให้ภารกิจนี้สำเร็จลงได้ ส่วนภายหลังการตัดไฟแม้ในกรณีของพื้นที่ท่าขี้เหล็ก จะมีการนำไฟฟ้าจาก สปป.ลาว มาทดแทน แต่ด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกล ระบบไฟฟ้าน่าจะไม่มีความเสถียร ขณะที่การตัดไฟในจุดอื่น ๆ เชื่อว่า จะสามารถแก้ปัญหาได้ ซึ่งนอกจากการตัดไฟแล้ว ควรจะต้องตัดระบบสาธารณูปโภคทุกชนิด โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต รวมถึงจะต้องดำเนินการลักษณะเดียวกันนี้กับทางฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา และฝั่ง สปป.ลาว ด้วย
นายอุปกิต กล่าวอีกว่า เมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ท่าขี้เหล็กไม่มีไฟฟ้าใช้ และบริษัท อัลลัวร์ กรุ๊ป ของตนได้รับสัมปทานจากการไฟฟ้าท่าขี้เหล็ก โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาอะไร สมัยที่ตนดำเนินธุรกิจยังไม่มีปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และพนันออนไลน์ แต่วันนี้ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบความมั่นคงของประเทศ
ทั้งนี้ นายอุปกิต ยืนยันว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ บริษัท อัลลัวร์ กรุ๊ป มาตั้งแต่ปี 2562 เนื่องจากได้รับแต่งตั้งเป็น สว. จึงขายกิจการโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจในเครือให้ นายตุน มิน ลัต โดยช่วงแรกมีการโอนเป็นชื่อลูกเขยก่อน เพื่อรอการเตรียมการในรายละเอียดของขั้นตอนซื้อขาย เมื่อทุกอย่างลงตัวก็ทำสัญญาซื้อขาย และโอนชื่อเป็นของผู้ซื้อ ส่วนกิจการไฟฟ้าเป็นการโอนสิทธิสัมปทานให้ โดยผู้รับสัมปทานรายใหม่ยังคงใช้ชื่อบริษัท อัลลัวร์ กรุ๊ป แต่เพิ่มวงเล็บ พีแอนด์อี (Power and Electricity) ซึ่งย้ำว่านักธุรกิจรายนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเป็นนอมินีธุรกิจแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พนันออนไลน์ หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ที่ผ่านมาด้วยวาระซ่อนเร้นทางการเมืองมีความพยายามที่จะโยงให้บริษัทฯ และตนเข้าไปเกี่ยวข้อง มีการดำเนินคดี นายตุน มิน ลัต ข้อหาร่วมกันสนับสนุนกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งศาลก็ได้ยกฟ้องไปแล้วเมื่อช่วงต้นปี 2567