ชาวเมืองเมียวดี เดือดร้อนหนักถูกตัดไฟ น้ำมันเชื้อเพลิง

View icon 156
วันที่ 6 ก.พ. 2568 | 20.02 น.
ข่าวภาคค่ำ
แชร์
ข่าวภาคค่ำ - ตอนนี้พื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดตาก ดูเหมือนว่า ชาวเมืองเมียวดี ของเมียนมา ที่ไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซนเตอร์ จะเดือดร้อนหนัก ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงเข้มงวดพื้นที่ชายแดน

ชาวเมืองเมียวดี เดือดร้อนหนักถูกตัดไฟ น้ำมันเชื้อเพลิง จ.ตาก
วันที่สองที่ถูกตัดไฟ และงดส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ตามปั๊มน้ำมัน ยังมีความโกลาหล ชาวเมียนมา ต่างนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไปรอคิวเติมน้ำมันกันเนื่องแน่น ดูเหมือนว่าจะมากกว่าเมื่อวาน เพราะปั๊มน้ำมันขนาดเล็กกว่า 20 แห่ง ได้ปิดตัวลง เพราะน้ำมันหมด

ตามปั๊มน้ำมันฝั่งไทย มีรถรอเข้าคิวเติมน้ำมัน มากกว่าเมื่อวาน ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ป้ายทะเบียนประเทศเมียนมา ที่เข้ามาเติมน้ำมันรถ และซื้อใส่ถังกลับไปใช้ฝั่งเมียนมา เพื่อเติมเครื่องปั่นไฟในบ้านหรือกิจการ จนทำให้มีรถรอข้ามแดนก่อนปิดด่านจำนวนมาก

ทีมข่าวตระเวนไปดูตามท่าเรือขนส่งสินค้าตามจุดผ่อนปรนชั่วคราว อำเภอแม่ระมาด ด้านตรงข้ามกับ เมืองชเวโก๊ะโก่ พบว่าเงียบเหงา เพราะบริเวณนี้เป็นท่าเรือขนส่งสินค้าปศุสัตว์และทรายอุปกรณ์ก่อสร้าง และมีการสั่งสินค้าเข้าไปสต็อกไว้ ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว

ส่วนท่าเรือขนส่งสินค้า อำเภอแม่สอด ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าเครื่องบริโภค เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และข้าวสาร แต่ไม่พบการขนส่งน้ำมันหรืออุปกรณ์ผลิตไฟฟ้า แหล่งข่าวในพื้นที่แจ้งว่าอุปกรณ์เหล่านั้น ถูกสั่งซื้อและส่งออกไปก่อนหน้านี้แล้ว

รถแน่นด่านชายแดน ชาวเมียนมาแห่เติมน้ำมัน จ.เชียงราย
ที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 มีรถยนต์จากฝั่งเมียนมา ทั้งข้ามไป-มา กันอย่างเนืองแน่น ถนนพหลโยธินบริเวณหน้าด่านพรมแดน ทั้งขาเข้าและขาออกมีรถจอดติดยาวตลอดทั้งวัน

ส่วนหนึ่ง คาดว่า เป็นรถที่ข้ามเข้ามาเพื่อเติมน้ำมัน ในปั๊มฝั่งไทย หลังพบว่าตอนนี้ ในเมืองท่าขี้เหล็ก น้ำมันเชื้อเพลิง เริ่มจะขาดแคลน บางปั๊มปิดตัวลง และมีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ

ขณะที่รถบรรทุกน้ำมัน ส่งออกไปเมียนมา จอดรถที่ด่านถาวรไทย-เมียนมา สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เพื่อรอความชัดเจนว่า จะส่งสินค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีการสั่งซื้อก่อนหน้านี้ข้ามไปได้หรือไม่

เข้มห้ามนำเครื่องปั่นไฟ น้ำมัน ข้ามแดน จ.กาญจนบุรี
ที่ด่านพระเจดีย์สามองค์ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ชาวเมียนมา ซึ่งเป็นแรงงานประเภทเช้ามา เย็นกลับ ประมาณ 2,000-3,000 คน ยังคงข้ามเข้ามาทำงานในช่องทางเกษตร 2 ตามปกติ เพื่อทำงานในโรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ประมาณ 39 แห่ง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เฝ้าติดตามเข้มงวดรถส่งสินค้า เพื่อสกัดกั้นผู้ลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิง หรืออุปกรณ์ผลิตรกระแสไฟฟ้า เช่น เครื่องปั่นไฟฟ้า ไม่ให้เล็ดลอดเข้าไปในพื้นที่ อำเภอพญาตองซู โดยเด็ดขาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง