หนุ่มหัวร้อน กินน้ำแล้วไม่จ่าย พอโดนทวงเงิน 45 บาท ก็ไม่พอใจชักปืนข่มขู่ผู้จัดการร้านอาหาร
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 นายภณศรีภูมิ อายุ 53 ปี ผู้จัดการร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ริมชายหาดทุ่งวัวแล่น หมู่ที่ 8 ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ปะทิว จ.ชุมพร เพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับ นายธนวัฒน์ แฟนหนุ่มของพนักงานในร้าน
สืบเนื่องจาก วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 นายธนวัฒน์ ได้มานั่งดื่มสุราที่ร้าน ในฐานะลูกค้า ที่มานั่งดื่มเป็นประจำแทบทุกคืน เพราะต้องมารอรับนางจิตตา ซึ่งเป็นพนักงานที่ร้านและเป็นแฟนของนายธนวัฒน์ และเมื่อร้านใกล้ถึงเวลาจะปิด คือประมาณ 5 ทุ่มเศษ จึงให้พนักงานที่ร้านไปสอบถามลูกค้าคือนายธนวัฒน์ ว่าต้องการอะไรเพิ่มหรือไม่ เพราะร้านจะปิดแล้ว หากไม่รับอะไรเพิ่มก็จะขอเช็คบิล เพราะตนเองจะต้องเคลียร์ยอดบัญชีส่งให้เจ้าของร้าน ซึ่งมีน้ำ 1 ขวด 20 บาทและโซดา อีก 1 ขวด ราคา 25 บาท รวมทั้งหมดในบิล 45 บาท แต่เมื่อพนักงานไป ก็ไม่พบนายธนวัฒน์ ที่โต๊ะแล้ว ตนเองจึงได้ส่งข้อความไปที่นางจิตตา แฟนของนายธนวัฒน์ ว่าให้ ช่วยกลับมาจ่ายชำระค่าอาหารด้วย
ไม่นานทางนายธนวัฒน์ ก็ได้ติดต่อมาและให้ตนเองส่ง QR Code ไปให้ และเมื่อตนเองส่งไปให้ ก็ไม่สามารถสแกนเงินได้ จึงมีการพิมพ์คุยผ่านข้อความกันสักระยะหนึ่ง จนพี่ที่นั่งในร้าน ช่วยจ่ายแทนให้ ซึ่งตนเองก็นึกว่าจบแล้ว แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะสักพัก ขณะที่ตนเองและพนักงานในร้าน ซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งนั้น กำลังช่วยกันเคลียร์เก็บร้านกันอยู่ นายธนวัฒน์ ก็ได้ขี่ รถ จยย.มาจอดที่หน้าร้าน ก่อนจะเดินตรงมาที่ตนเอง พร้อมกับต่อว่าด่าทอต่างๆ นาๆ ด้วยถ้อยคำรุนแรง พร้อมทั้งได้ชักอาวุธปืนพกสั้นออกมาจากเอวเพื่อข่มขู่ตน สักพักก็เอาเข้าไปเหน็บไว้ที่เอวดังเดิม และเดินออกไปจากร้านไป
นายภณศรีภูมิ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การที่ตนเองได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อเอาผิดกับนายธนวัฒน์ ก็เพราะหลังจากที่เกิดเหตุขึ้น ตนเองก็ได้ขอเจ้าของร้านลาออกเพื่อเก็บตัวเพราะรู้สึกว่าหากยังทำงานอยู่ จะต้องเจอกันอีก ก็ไม่รู้ว่าจะโดนทำร้ายเมื่อไหร่ างที่ดีเพื่อความปลอดภัย ดังนั้นจึงตัดสินลาออกจะดีกว่า และมาช่วยงานที่สนามยิงปืนเพื่อความอุ่นใจเพราะตนเองมีลูกต้องเลี้ยง มีแม่ที่พิการสายตาต้องคอยดูแล หากตนเองเป็นอะไรไปสักคน ครอบครัวจะอยู่กันอย่างไร เพราะตนเองคือผู้ที่หาเงินเลี้ยงครอบครัว เป็นเสาหลักของบ้าน เมื่อเสี่ยงจึงขออยู่อย่างปลอดภัยดีกว่า