พฐ.หาสาเหตุเพลิงไหม้โรงงานเทียนไข

View icon 124
วันที่ 13 ก.พ. 2568 | 11.18 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ใหญ่ โรงงานเทียนไข ที่จังหวัดราชบุรี หลังดับเพลิงได้แล้ว วอดวายไป 4 อาคาร ความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท

แสงเพลิง และกลุ่มควันดำพวยพุ่ง จากเหตุเพลิงไหม้ในโรงงานผลิตเทียนไข ในตำบลท่าราบ อำเภอเมืองราชบุรี มองเห็นได้ในระยะไกล เหตุเกิดช่วงหัวค่ำ คืนที่ผ่านมา

ไฟลุกไหม้อาคารที่เก็บวัตถุดิบสำหรับหล่อเทียน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องระดมรถดับเพลิงกว่า 50 คัน ทั้งในพื้นที่ จังหวัดราชบุรี และจังหวัดใกล้เคียงเข้าทำการฉีดน้ำ แต่เนื่องจากเปลวเทียน พอถูกกระแสน้ำทำให้เปลวไฟยิ่งลุกไหม้ โรงงานแห่งนี้ มีเนื้อที่กว่า 20 ไร่

เหตุเพลิงไหม้ มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิง บาดเจ็บ 3 คน คนแรก ตอนฉีดน้ำแล้วพลาดตกหลุม ส่วนอีกคนเป็นลม และคนที่ 3 เกิดอาการเกร็ง และช็อกหมดสติ นำส่งโรงพยาบาล

ลำดับเหตุการณ์เพลิงไหม้ใหญ่ โรงงานเทียนไข มีการระดมรถดับเพลิง รถน้ำ เข้าพื้นที่ ในขณะที่ เจ้ากรมการทหารช่าง นำกำลังทหารช่าง นำรถโฟม 400 ลิตร และรถน้ำดับเพลิง จำนวน 1 คัน เข้าพื้นที่เกิดเหตุ โดยใช้รถแบกโฮเข้าเปิดทางเพื่อให้เจ้าหน้าที่นำหัวฉีดน้ำเข้าไปถึงยังจุดที่มีซากอาคารทับถมกันอยู่

ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ตั้งเครือข่ายระบบสื่อสาร บัญชาการเหตุการณ์ ประสานงานขอกำลังเสริมจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าควบคุมเพลิง

และตอน 22.00 น. ศูนย์ตอบโต้ภัยพิบัติจังหวัดราชบุรี ได้นำโดรน หรือ อากาศยานไร้คนขับเข้าตรวจสอบในอาคารที่เกิดเพลิงไหม้ และตรวจจับความร้อนได้สูงถึง 160 องศาเซลเซียส ทำให้ต้องส่งยานยนต์ดับเพลิงควบคุมระยะไกล LUF-60 เข้าพื้นที่แทนคน

สั่งงดใช้น้ำ และให้ถอนกำลังทีมดับเพลิง และใช้โฟมอย่างเดียว เพราะโรงงานผลิตเทียนมีสารเคมีจำนวนมาก และพบว่าพื้นที่ตัวอาคารเกิดเพลิงไหม้ มี 4 หลัง กินพื้นที่กว่า 5 ไร่ และในเวลา 23.35 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้สำเร็จ เหลือเพียงกลุ่มควัน

วันนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จะเข้าไปตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ จากการพูดคุยกับคนงานในโรงงาน บอกว่า ช่วงเย็นหลังเลิกงานอาคารปิด ไม่มีคนทำงานอยู่ เป็นไปได้ว่า อาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร และพื้นที่ใกล้เคียงกับอาคารต้นเพลิง กำลังก่อสร้าง น่าจะต่อไฟ หรือใช้ไฟ  

โรงงานแห่งนี้เคยเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่มาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และครั้งนี้ก็มาเกิดเหตุอีก ประเมินความเสียหายเบื้องต้น กว่า 50 ล้านบาท

ฝุ่นแดงทั่ว กทม.แทบมองไม่เห็นวิว
เช้านี้ (13 ก.พ.) แอปพลิเคชันเช็คฝุ่น รายงาน ค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นสีแดงทั้ง 50 เขต โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนตอน 08.00-09.00 น. คนเดินทางมาทำงาน การจราจรติดขัด บวกกับสภาพอากาศปิด

ทำให้กรุงเทพมหานครติด 1 ใน 5 ของจังหวัดที่มีค่าฝุ่น PM2.5 อันตรายที่สุดในประเทศ ซึ่งอันดับ 1 คือ ชลบุรี รองลงมาคือปทุมธานี, ฉะเชิงเทรา, สมุทรปราการ และ กทม. 

อย่างที่ลาดพร้าว เช้านี้ ท้องฟ้าไม่สดใสเอาซะเลย ขมุกขมัว มองไม่เห็นยอดตึก มองไปไกล ๆ เห็นแต่ ฝุ่น PM2.5 ลอยอยู่ในอากาศ ก่อนออกจากบ้าน ลักษณะอากาศแบบนี้ ควรสวมหน้ากากอนามัย

ไปดูที่ดอนเมืองกันบ้าง ค่าฝุ่นไม่ต่างกันเลย มองเข้าไปด้านในสนามบิน ลานจอดเครื่องบินหายไปแล้ว เพราะถูกฝุ่น PM2.5 ปกคลุม เต็มพื้นที่ อากาศค่อนข้างอึดอัด หายใจไม่เต็มปอด

สรุปภาพรวมค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตอน 09.00 น. ที่ผ่านมา เขตหนองจอกสูงที่สุด รองลงมาคือ มีนบุรี, ลาดกระบัง, คลองสามวา และสะพานสูง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง