รปภ. อนาจารเด็ก ป.5 เครือข่ายผู้ปกครองรวมตัวประท้วงขับไล่ ผอ.โรงเรียน มองไม่จริงจังแก้ปัญหา โยงไปถึงประเด็นไม่ใส่ใจโภชนาการอาหาร ในส่วนของคดีความ ตำรวจเก็บหลักฐานแล้ว แต่ยังต้องรอพ่อแม่มาแจ้งความ
ความคืบหน้าจากกรณีเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนแห่งหนึ่งใน กทม. เข้าร้องเรียนกับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หลังมีนักเรียนหญิง ชั้น ป.5 ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของโรงเรียนพาไปล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำ แต่ผู้อำนวยการโรงเรียน ที่ทราบเรื่องกลับนิ่งเฉย ดำเนินการเพียงเรียกคู่กรณีมาเจรจาให้จบเรื่อง และจ่ายเงิน 5,000 บาท ทำใหัผู้ปกครองหลายคนรู้สึกไม่เชื่อมั่นในการบริหารงานของผู้อำนวยการ
ทีมข่าว CH7HD ลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนดังกล่าวย่านสีกัน เขตดอนเมือง พบกลุ่มผู้ปกครองหลายสิบคนรวมตัวชูป้ายประท้วงขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียน อยู่บริเวณด้านหน้าโรงเรียน นางสุดากร ประธานเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียน ให้ข้อมูลว่า มารวมตัวกัน เพื่อกดดันให้ ผอ. ลาออก เนื่องจาก ที่ผ่านมา ผอ. ไม่ได้แสดงความจริงจังในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความปลอดภัย
ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ รปภ. ไปอนาจารเด็กนักเรียนชั้น ป.5 ผู้อำนวยการ ก็เพิกเฉยต่อการนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี รวมทั้งยังแก้ปัญหาผิดจุด คือการสั่งปิดอาคารเรียนและประตูโรงเรียนตั้งแต่ 5 โมงเย็น และไม่ให้มีนักเรียนอยู่ภายในโรงเรียนอีกเลย ซึ่งในเวลาดังกล่าวนั้น เป็นช่วงที่แดดกำลังร้อน และเด็กต้องมานั่งตากแดดร้อน ๆ กันอยู่หน้าโรงเรียน เพื่อรอผู้ปกครองมารับ ถึงขนาดเคยมีเด็กเป็นลมหมดสติมาแล้ว
นอกจากนี้ เครือข่ายผู้ปกครองยังรู้สึกไม่พอใจกับการที่ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ใส่ใจกับเรื่องโภชนาการอาหาร อนุญาตให้นำของกินที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายและไม่มีคุณค่าทางโภชนาการมาขาย เช่น เฟรนฟราย ลูกชิ้นทอด ฯลฯ จึงทำให้เครือข่ายผู้ปกครอง รู้สึกไม่สบายใจที่จะให้ผู้อำนวยการคนนี้ทำงานที่โรงเรียนต่อไป โดยที่ผ่านมา ชุมชนมีความผูกพันกับโรงเรียนนี้ จึงขอเรียกร้องให้ต้นสังกัดเปลี่ยนตัวผู้อำนวยการ หรือโยกย้ายให้บุคคลอื่นมาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนคนใหม่
ต่อมานายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร และตัวแทนจากสำนักงานเขตการศึกษา ได้เดินทางมารับฟังข้อร้องเรียนของเครือข่ายผู้ปกครอง และร่วมประชุมกับผู้อำนวยการโรงเรียน จากนั้นได้ออกมาชี้แจงว่า ข้อร้องเรียนของเครือข่ายผู้ปกครอง ที่อยากให้ย้าย ผอ. จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เบื้องต้นจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัย หากพบว่ามีความผิดหรือข้อเท็จจริงที่สมควรต้องโยกย้ายก็จะดำเนินการตามกระบวนการ
ส่วนเรื่องมาตรการความปลอดภัยในการเปิดปิดประตูโรงเรียน เบื้องต้นมาตรการดังกล่าวจะยังคงอยู่ต่อไป แต่ได้ปรับเปลี่ยนเป็น อนุญาตให้นักเรียนสามารถอยู่ในโรงเรียนเพื่อรอให้ผู้ปกครองมารับ โดยจะไม่ให้นักเรียนออกมายืนรอข้างนอก ในเรื่องโภชนาการของอาหารกลางวัน ก็ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นกัน เบื้องต้นได้สั่งห้ามไม่ให้นำอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อนักเรียนมาขายภายในโรงเรียนอีก
สำหรับการดำเนินคดีกับ รปภ. ผู้ก่อเหตุ ขณะนี้ต้นสังกัดของ รปภ. ได้ลงโทษไล่ออก คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของ สน.ดอนเมือง ซึ่งเรื่องนี้ต้องเป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย แต่ยืนยันว่าทางโรงเรียนและกรุงเทพมหานครให้ความร่วมมือเรื่องนี้อย่างเต็มที่
ทีมข่าว 7HD ได้ข้อมูลจาก สน.ดอนเมือง ว่าในคดีที่เด็กอายุ 12 ขวบ ถูก รปภ. ของโรงเรียน ข่มขืน ตำรวจรอให้แม่ของเด็กผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดี คาดว่าคงจะรอให้ครอบครัวมีสภาพจิตใจที่พร้อมก่อน ระหว่างนี้ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เก็บข้อมูลหลักฐานทางคดีแล้ว แต่ต้องรอให้ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความก่อน จึงจะดำเนินการพาเด็กผู้เสียหายไปตรวจร่างกายเพื่อหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ จึงจะดำเนินการตามกฎหมายได้ต่อไป