ตำรวจ ภ.1 บุกค้นห้องเช่าคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุง ยึดซิมบ็อกซ์ ตัดวงจรแก๊งคอลเซนเตอร์ ที่สามารถโทรออกได้มากกว่า 800,000 ครั้งต่อวัน
วันนี้ ( 1 ก.พ.68) พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 สั่งการให้ พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1 พร้อมตำรวจ บก.สส.ภ.1, ตำรวจ ตม. และเจ้าพนักงานตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้นำหมายค้นศาลอาญาพระโขนงที่ ค.6/2568 ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 เข้าตรวจค้นห้องพัก ที่คอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง ในซอยสุขุมวิท 64 แขวงพระโขนงใต้ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากตำรวจ บก.สส.ภ.1 ได้รับประสานจากตำรวจ บก.สส.ภ.5 ที่ สภ.เรือง จ.น่าน ว่ามีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ หลังถูกมิจฉาชีพโทรมาหลอกว่าเป็นบัญชีฟอกเงิน ให้โอนเงินไปตรวจสอบ 100,000 บาท โดยใช้เบอร์ 0946395627 โทรหาผู้เสียหาย จากนั้นจึงโอนเงินไปยัง บัญชีชื่อ สุรสิท เป็นจำนวน 100,000 บาท เมื่อตรวจสอบพบว่าบัญชีมีความเชื่อมโยงกับคดีอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกันอีก ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และ จ.หนึ่งในภาคใต้ มูลค่าความเสียหายมากกว่า 500,000 บาท ตำรวจจึงได้แกะสัญญาณโทรศัพท์ จนพบว่าหยุดที่ห้องพักแห่งนี้ จึงได้มีการเฝ้าสังเกตการณ์ และขอหมายค้นทันที
ตรวจค้นห้องพักพบของกลางหลายรายการ ทั้งเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด ( gsm gateway ) 4 เครื่อง / 1 เครื่องสามารถใส่ได้ 32 ซิม และใน 1 เครื่องสามารถโทรออกได้ 6,000 - 8,000 ครั้ง แสดงว่า 4 เครื่อง 128 ซิม สามารถโทรออกได้มากกว่า 800,000 ครั้งต่อวัน นอกจากนี้ยังมีโมเด็มต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต จำนวน 2 เครื่อง / กล้องวงจรปิด 1 ตัว ของกลางทั้งหมดได้ทำการตรวจยึด และส่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
สืบสวนเบื้องต้นพบว่า มีชาวเมียนมา 2 คน มาขอเช่าห้องพักกับเจ้าของห้อง และได้ปล่อยเช่าห้องพักเป็นรายวันต่อให้กับญาติที่เป็นโปรแกรมเมอร์ จากนั้นญาติที่เป็นโปรแกรมเมอร์ประมาณ 2-3 เดือน ก่อนจะบินไปต่างประเทศ และปล่อยห้องเช่าต่อให้คนร้าย วันละ 1,500 บาท โดยหญิงชาวเมียนมาทั้ง 2 คน อ้างว่าไม่รู้เห็นว่าใครเป็นผู้ที่นำซิมบ็อกซ์เข้ามาติดตั้งไว้ที่ห้องดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม โดยประสานล่ามแปลภาษามาแปลขณะสอบปากคำ
เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันทำ มีใช้ นำเข้า นำออกหรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต , ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต” เจ้าพนักงานตำรวจชุดตรวจค้นจะได้ทำการสืบสวนขยายผลดำเนินคดีบุคคลที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป