“จุลพันธ์” มั่นใจ ปี 68  GDP ยังโตได้ 3%

“จุลพันธ์” มั่นใจ ปี 68 GDP ยังโตได้ 3%

View icon 215
วันที่ 18 ก.พ. 2568 | 13.21 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“จุลพันธ์” ยังมั่นใจ ปี 68  GDP ยังโตได้ 3% แม้สภาพัฒน์ฯ ประเมินที่ 2% กว่า ๆ เผย คลังเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง ฝันดันถึง 3.5%

วันนี้ (18 ก.พ.68) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวถึง การประกาศตัวเลขของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 68 โต 2.3-3.3% โดยมีค่ากลางที่ 2.8% ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำกว่ากระทรวงการคลังว่า หากย้อนกลับไปช่วง 10 ปี การคาดการณ์เศรษฐกิจไทยก็เฉลี่ยที่ 2 % ปลายๆ ทุกปี แต่การเติบโตจริงไม่ถึง 2 % เฉลี่ยที่ 1.9% และปีที่ผ่านมาของการทำงานของรัฐบาลปัจจุบันตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจเกินกว่าเป้าหมายในระดับหนึ่ง

ทั้งนี้ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในปี 68 รัฐบาลยังมีการขับเคลื่อนนโยบายอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นผ่านโครงการเงิน 10,000 บาทในเฟสถัดไป รวมไปถึงโครงการ Easy E-Receipt ที่เป็นตัวขับเคลื่อนการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งสิ้น

ทั้งนี้ปีนี้กระทรวงการคลังมั่นใจ การเติบโตที่ 3% ยังคงทำได้ เราตั้งเป้าไว้ 3 แน่นอนเราพยายามทำให้ถึง 3.5% ด้วยซ้ำ ซึ่งต้องดูกลไกและสภาวะการณ์ทางเศรษฐกิจอีกพักหนึ่ง”นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การประชุมของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการกระตุ้นเศรษฐกิจมีการพูดคุยลงในรายละเอียดกลไกที่จะทำ 3-5 อย่าง เพื่อเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อพยายามให้เศรษฐกิจเติบโตเพิ่มขึ้น 0.5% ทำอย่างไร ซึ่งก็มีมาตรการ เช่น การเร่งรัดการเบิกจ่าย และการป้องกันการรั่วไหลของเงิน 10,000 เพื่อให้เงินหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“กระทรวงการคลังมีแผนจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง ส่วนกลไกการใช้เม็ดเงิน และใช้วิธีการอย่างไรต้องมีข้อสรุปอีกครั้ง และย้ำว่า โอกาสที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจถึง 3.5% ยังมีความเป็นไปได้อยู่”

นายจุลพันธ์ ย้ำว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจอย่ามองเพียงการใส่เม็ดเงินเพียงอย่างเดียว แต่กลไกอื่นๆ เช่น การลดหย่อนภาษี การสร้างความสะดวกการประกอบธุรกิจให้ภาคเอกชน กลไกเหล่านี้สามารถสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้ ซึ่งเราไม่กำจัดรูปแบบ ต้องรอให้มีการประชุมและสรุปอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนจำเป็นต้องพูดคุยกับธนาคารแห่งประเทศไทยเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อให้มีมาตรการทางการเงินมาช่วยเพิ่มเติมนั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีการพูดคุยกับทางผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยโดยตลอด และเชื่อว่า เป็นการพูดคุยที่มีข้อเสนอตรงกันและหาจุดสมดุลว่า ควรอยู่ตรงไหน 

ส่วนการประชุมกนง.ในสัปดาห์หน้านั้น คาดหวังให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีมาตรการทางการเงินมาช่วยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ได้คาดหวังหรือหวังจะเห็นเซอร์ไพรส์ ซึ่งต้องให้ความสำคัญในเรื่องความเป็นอิสระ เราไม่พูดเรื่องนี้แล้ว แต่เชื่อว่า ธปท.ทราบดีว่า ต้องใช้กลไกใดที่สร้างเสถียรภาพทางการเงินได้ และช่วยส่งเสริมให้ประชาชนมีการจับจ่ายใช้สอยที่ดีขึ้น ตนเชื่อว่า คณะกรรมการกนง.พิจารณาอย่างละเอียดอยู่แล้ว

ส่วนข้อเสนอของสภาพัฒน์ฯที่อยากให้รัฐบาลแบ่งเงิน 1.57 แสนล้านบาท ที่จะใช้ในโครงการเงิน 10,000 บาท เฟส 3 ทำมาโครงการบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ โครงการละ 5-10 ล้านบาท จะช่วยเศรษฐกิจได้มากกว่านั้น นายจุลพันธ์ มองว่า เป็นเงินในส่วนเดียวกัน แต่การนำเงินไปใช้อาจมีความแตกต่าง ซึ่งการปรับโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่ได้ละเลย และมีกลไกที่ดำเนินการอยู่แล้วผ่านงบประมาณประจำปี แต่หากมีความจำเป็นที่ต้องทำก็สามารถพูดคุยกันได้ แต่ในขณะนี้ยังไม่ได้พิจารณา

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสที่สี่  นายจุลพันธ์ ยอมรับว่า ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ตแต่ต้องยอมรับว่า ไตรมาสแรกของปีก่อนหน้าจีดีพีต่ำมาก และพยายามขับเคลื่อนให้จีดีพีโตขึ้น แต่ยังไม่สามารถทำภาพรวมได้ตามที่เราคาดหวังไว้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง