ห้องข่าวภาคเที่ยง - โรงพยาบาลระยองแจ้งความ ญาติผู้ป่วยกร่างทำร้ายพยาบาล ตบหน้า 2 ที เรื่องนี้ต้องถึงตำรวจ แต่ก่อนอื่นไปดูภาพเหตุการณ์ก่อน
รพ.ระยอง แจ้งความญาติผู้ป่วยตบพยาบาล
เป็นคลิปเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่จังหวัดระยอง หลังวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะชายเสื้อส้ม ซึ่งเป็นญาติผู้ป่วยปรี่เข้าไปตบที่หน้าของพยาบาลสาวคนหนึ่งอย่างแรงจนตัวแทบปลิว
ซึ่งคลิปดังกล่าวนั้นทางด้าน นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ได้นำมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุแคปชันไว้ว่า "ชายตบหน้าพยาบาล ไม่พอใจที่เมียโดนเตือนไม่ให้พาลูกเล็กเยี่ยมผู้ป่วยเชื้อลงปอด พยาบาลเผยมีเจตนาดี ยันดำเนินคดีถึงที่สุด"
แต่ก่อนหน้าที่คลิปเหตุการณ์ดังกล่าวจะถูกนำมาเผยแพร่นั้น เมื่อวานนี้ (17 ก.พ.) ทั้งฝั่งญาติผู้ก่อเหตุ และทางโรงพยาบาลก็ได้มีการปะทะวาจากันในกลุ่ม "ปลวกแดง City" มาก่อนแล้ว หลังมีเฟซบุ๊กบัญชีหนึ่งเปิดเรื่องขึ้นมาว่ามีเหตุพยาบาล ถูกญาติผู้ป่วยทำร้ายร่างกาย หนำซ้ำ ผู้บริหารของโรงพยาบาลดังกล่าวกลับสั่งให้พยาบาลที่ถูกทำร้ายยอมความ
ต่อมา ฝั่งญาติของชายเสื้อส้มมือตบ ได้เข้ามาตอบคอมเมนต์ บอกว่า ใครอยากรู้ความจริง inbox มาได้เลย อย่าฟังความข้างเดียว ที่ ผอ.รพ. สั่งให้ยอมความ เพราะเห็นการกระทำของพยาบาลคนนั้นกับญาติผู้ป่วยแล้ว โดยผู้ก่อเหตุสารภาพกับตำรวจว่าทำจริง เพราะเกิดบันดาลโทสะ
โดยฝั่งญาติมือตบ อ้างว่า พยาบาลที่ถูกตบนั้นมาพูดว่า "แม่ก็จะเสียแล้ว จะเสียลูกอีกไหม ?" จึงทำให้ฝั่งญาติไม่พอใจ และตบไป 2 ที ซึ่งตอนนั้น แม่ที่ป่วยยังอาการ 50/50 พยาบาลไม่ควรพูดแบบนี้
เรื่องนี้เพื่อความชัดเจน ทีมข่าว 7HD สอบถามไปยัง นายแพทย์ภูษิต ทรัพย์สมพล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลระยอง กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองระยอง ตั้งแต่เกิดเหตุแล้ว (16 ก.พ.) โดยยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นพยาบาลสาวอายุประมาณ 20 ปี ทางโรงพยาบาลก็ได้ให้กำลังใจ เพราะผู้บาดเจ็บได้ทำหน้าที่ให้คำแนะนำญาติผู้ป่วยที่จะเอาเด็กเข้าเยี่ยมผู้ป่วยห้อง ICU ถูกต้องแล้ว จึงให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินการ
โรงพยาบาลมีการดูแลเรื่องความปลอดภัยของทั้งบุคลากร และผู้ป่วยอยู่แล้ว แต่เรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากการสื่อสารที่เข้าใจผิด อย่างไรก็ตามไม่ควรเกิดเหตุความรุนแรงและลงมือทำร้ายกันแบบนี้
ส่วนที่มีการโพสต์ว่า ผอ. ให้ยอมความนั้น ไม่ใช่เรื่องจริง และคนโพสต์ก็ไม่ใช่ญาติของผู้ป่วยด้วยจะมีการตรวจสอบอีกที
ความผิดทางกฎหมายนั้น กรณีทำร้ายร่างกาย แต่ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้ได้รับอันตราย (ลหุโทษ) มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 295 ผู้ใดทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้นั้นกระทำผิดฐานทำร้ายร่างกาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทำฟันผิดที่ 8 ปีก็ต้องรอ
ส่วนเรื่องนี้ ทำฟันผิดที่ 8 ปีก็ต้องรอ เป็นความทุกข์ร้อนของป้าน้อง อายุ 62 ปี ไปหาหมอแผนกทันตกรรม ที่โรงพยาบาลชลประทานปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เกือบ 10 ครั้ง แต่ไม่เคยได้รับการรักษา โดยคุณป้าใช้สิทธิบัตรทอง
หลานชายป้าน้อง เล่าว่า ป้ามีอาการลวดฟันปลอมชำรุด เกี่ยวเหงือก เกี่ยวฟัน จนทรมาน กินได้แต่อาหารอ่อน ๆ จึงพาไปหาหมอฟัน ซึ่งไปครั้งแรกไม่ได้คิว พยาบาลแนะนำว่าควรมาตั้งแต่เช้ามืดเพื่อเอาบัตรคิว วันต่อมาจึงพากันไปรอตั้งแต่ 02.00 น. จนเช้า จนเที่ยง ก็ไม่ได้บัตรคิว
มาเป็นสิบ ๆ ครั้ง ทุกอย่างเหมือนเดิม บัตรคิวไม่ได้รับ หมอก็ไม่เคยเจอ ซ้ำอาจจะต้องหมดหวังการรักษา เพราะพยาบาลบอกว่า "บัตรคิวของป้า อาจจะต้องรอถึง 8 ปี" เพราะคิวก่อนหน้านี้ยังรอกันอยู่เลย
ขณะที่ สสจ.นนทบุรี ได้ประสานไปยังโรงพยาบาลดังกล่าวแล้ว เดี๋ยววันศุกร์นี้ (21 ก.พ.) จะให้ป้าน้อง ไปที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ เพื่อส่งตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลชลประทาน เป็นกรณีเร่งด่วน
อย่างไรก็ตาม ทางหลานชายป้าน้องกังวลว่าการมาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล แล้วรอส่งตัว จะวนเข้าสู่ระบบเดิมคือรอตามคิว
สอบถามไปยัง “หมอเอก” หรือ ทันตแพทย์ อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. กล่าวว่า การจัดคิวทำฟันเป็นหน้าที่ของโรงพยาบาล แต่ในส่วนของ สปสช. มีหน้าที่จัดสรรงบประมาณ เพื่อดูแลผู้ป่วยบัตรทอง แต่เพื่อเป็นการกระจายพื้นที่ให้บริการ ทาง สปสช. ได้ร่วมกับคลินิกในเครือข่ายทำฟัน ให้บริการทำฟันเคสพื้นฐาน อุด ขูด ถอน และเคลือบ ใกล้บ้าน เพื่อลดคิวการทำฟันในโรงพยาบาล หมอฟันจะได้เอาเวลาไปดูแลเคสยาก ๆ ที่มารอต่อคิว อย่างเช่นทำรากฟัน หรือ ทำฟันปลอม
อย่างไรก็ตาม การจัดสรรบุคลากรทางการแพทย์เข้าไปช่วยงานในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สปสช. ไม่สามารถ จัดหาบุคลากรให้ได้ตามหน้าที่