เปิดใจ "สแกมเมอร์" เหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ ที่ถูกช่วยออกมาจากศูนย์คอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา พร้อมโชว์รอยบาดแผลจากการถูกทำร้ายหากทำยอดไม่เข้าเป้า และถูกขู่ส่งไปขายอวัยวะแทนหากไม่ยอมหลอกคน
วันนี้ (20 ก.พ. 68) สำนักข่าว Reuters เปิดใจ "สแกมเมอร์" ที่พักอยู่ในค่ายทหาร จ.ตาก หลังถูกส่งตัวจากเมียนมาให้กับทางการไทย เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยคนแรกคือ "โยตอร์" (Yotor) อายุ 19 ปี ชาวเอธิโอเปีย เหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ เผยว่า ตนมักถูกลงโทษถูกช็อตด้วยไฟฟ้าหรือถูกชกแทบทุกวัน หากทำยอดไม่เข้าเป้า พร้อมโชว์รอยแผลเป็นบนร่างกาย โดยต้องทำงานวันละ 18 ชั่วโมง โดยไม่มีเงินเดือน อีกทั้งยังไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อครอบครัว ซึ่งชาวแอฟริกันส่วนใหญ่มีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดี จึงต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้ชาวจีนเข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์ด้วยการหลอกว่าจะให้มาทำงานที่กรุงเทพฯ แต่กลับถูกส่งไปยังประเทศเมียนมา
ทาง "ฟายซัล" (Faysal) อายุ 21 ปี ชาวบังกลาเทศ เผยว่า ตอนที่ตนเดินทางไปถึงสถานที่ทำงาน ตนถึงเข้าใจว่ามันไม่ปกติ เพราะมีลักษณะเหมือนค่ายทหารและมีคนดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ต่างจากตอนที่อยู่นครดูไบ ประเทศอินเดีย และช่วงที่ตนรอที่จะเดินทางต่อเพื่อมาทำงาน จึงถามเพื่อนร่วมงานว่างานที่ต้องทำคืออะไร จึงเข้าใจสถานการณ์อย่างแท้จริง โดยจะได้รับหมายเลขโทรศัพท์มา เพื่อให้คุยกับเหยื่อในแอปพลิเคชันต่าง ๆ อาทิ WhatsApp และหลอกให้เหยื่อหลงรัก เมื่อเหยื่อพูดว่า "ฉันรักคุณ" ต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนการเริ่มล้างสมองและหลอกเอาเงิน หากใครไม่ยอมหลอกคน ก็จะถูกขู่ว่าจะถูกส่งตัวไปขายอวัยวะแทน ไม่ว่าจะเป็นไตหรือดวงตา ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ใช่ "สแกมเมอร์" แต่เป็น "เหยื่อ" ของขบวนการค้ามนุษย์
ทั้งนี้ ตามรายงานขององค์การสหประชาชาติ หรือ UN เป็นเวลาหลายปีแล้วที่กลุ่มอาชญากรได้ค้ามนุษย์หลายแสนคนให้กับศูนย์ "สแกมเมอร์" ต่าง ๆ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งเหยื่อถูกบังคับให้ทำงานในธุรกิจออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย