ฝนตกถนนลื่น รถไถลพลิกคว่ำ อีกนิดเดียวเกือบฟาดนเสาไฟฟ้า คนขับขี่ เชื่อ หลวงพ่อเพชรช่วยไว้

ฝนตกถนนลื่น รถไถลพลิกคว่ำ อีกนิดเดียวเกือบฟาดนเสาไฟฟ้า คนขับขี่ เชื่อ หลวงพ่อเพชรช่วยไว้

View icon 441
วันที่ 21 ก.พ. 2568 | 14.02 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ระยองฝนตกถนนลื่น รถไถลพลิกคว่ำ อีกนิดเดียวเกือบฟาดกับเสาไฟฟ้า คนขับขี่ เชื่อ หลวงพ่อเพชรช่วยไว้ และยางรถของตนหมดสภาพด้วยจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุ

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระยอง รับแจ้งเหตุมีอุบัติเหตุ รถลื่นไถลพลิกตะแคงบริเวณริมถนนสุขุมวิท ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมืองระยอง ที่เกิดเหตุพบรถ Toyota 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน พลิกตะแคงอยู่คลองน้ำข้างทาง สภาพหลังคายุบพังเละ

นายประทีป อายุ48 ปี เล่าว่า ตนมายื่นภาษีที่กรมสรรพากรและกำลังจะมุ่งหน้ากลับไปที่ไซต์งานที่ท่าเรือ ขณะมาถึงที่เกิดเหตุ ถนนลื่นมากสาเหตุที่รถตนนั้นลื่นไถลพลิกคว่ำ อาจจะเกิดจากสภาพยางที่เสื่อมสภาพ ตนนั้นโชคดีมาก เพราะอีกนิดเดียวก็จะฟาดกับเสาไฟฟ้าแล้ว และเชื่อว่าหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง ที่ตนห้อยคออยู่นั้นช่วยเอาไว้ ซึ่งชาวบ้าน ต่างเรียกโค้งนี้ว่าโค้งปราบเซียน หรือโค้งร้อยศพ ซึ่งมีอุบัติเหตุ รายวัน เมื่อคืนก็มีจักรยานยนต์ล้มคว่ำ แต่โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเยอะ และขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัย มาถึงก็ได้มีรถจักรยานยนต์ คว่ำต่อหน้าต่อตา อีก 1 คน มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยและไม่ยอมไปโรงพยาบาลขับรถกลับเอง

ด้านนายเจริญ ธรรมเสนา อส.ตร.หัวหน้าตู้สุจิระ ซึ่งอยู่ในจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ถนนตรงจุดนี้ข้างหน้าก็เป็นทางโค้ง หลายคนเชื่อว่า เป็นโค้งร้อยศพ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นก็มีคนวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเฮี้ยนและสภาพรถยนต์ ส่วนใครจะเชื่อเรื่องผีสางนางไม้อันนั้นก็ขึ้นดีกว่าความเชื่อส่วนบุคคล แต่ที่แน่ๆประวัติ เรื่องของการเสียชีวิตมีมากมายในจุดนี้

นายณัฐพงษ์ ปิยะบุตร อายุ 42 ปี เจ้าของ ร้านไดนาโมฝั่งตรงข้าม เผยว่า ผีไม่เกี่ยว แต่อยู่ที่คนขับขี่ส่วนใครจะเชื่อว่าผีดุหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคล แต่จากที่เห็นทุกครั้งที่ประสบอุบัติเหตุก็อยู่ ณ จุดนี้

อย่างไรก็ตามช่วงนี้จังหวัดระยองฝนได้ตกโปรยปรายทำให้ถนนลื่นขอให้ผู้ใช้รถ ตรวจเช็คสภาพรถของตัวเองให้อยู่ในความพร้อมในการใช้งานอยู่เสมอ และขับขี่ด้วยความระมัดระวัง โชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้ผู้ใดได้รับบาดเจ็บ สาหัสหรือถึงแก่ชีวิต มีเพียงแค่รอยฟกช้ำเพียงเท่านั้น