ข่าวภาคค่ำ - ชาวจีนกลุ่มที่ 2 ที่กองกำลังกะเหรี่ยง บุกช่วยออกมาจากแก๊งคอลเซนเตอร์ ถูกส่งตัวขึ้นเครื่องบินลำสุดท้าย ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด จังหวัดตาก แล้ว วันพรุ่งนี้จะเป็นล็อตสุดท้ายที่จะเดินทางกลับประเทศ
โดยกระบวนการเคลื่อนย้ายชาวจีนอีก 300 คน ตลอดทั้งวันนี้ ยังคงดำเนินการตามขั้นตอนเดียวกัน เริ่มจากการพาไปตรวจเอกลักษณ์บุคคล ที่จุดตรวจคนเข้าเมือง สะพานมิตรภาพไทยเมียนมา แห่งที่ 2
โดยเจ้าหน้าที่จะเก็บข้อมูล ชื่อ-นามสกุล ที่สะกดอย่างชัดเจน นำไปรวมกับข้อมูลเอกลักษณ์บุคคล ที่จัดเก็บด้วยเครื่อง Biometric เพื่อนำไปใช้ขึ้นแบล็กลิสต์ ห้ามบุคคลเหล่านี้เข้าประเทศในช่วง 5-10 ปี จากนั้นจะพาทั้งหมดขึ้นรถบัส เดินทางไปยัง ท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด จังหวัดตาก
เพื่อรอขึ้นเครื่องบินตามกำหนดการ โดยชาวจีนคนสุดท้ายขึ้นเครื่องไปเมื่อเวลา 18.40 น. รวมยอดตลอดทั้งวัน 300 คน ส่วนวันพรุ่งนี้จะเป็นกลุ่มชาวจีนที่เหลือ หลังจากนั้นต้องขึ้นอยู่กับการเจรจาไตรภาคีระดับรัฐมนตรี 3 ฝ่าย เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือ ว่าจะเห็นพ้องต่อกันอย่างไร
ส่วนชาวต่างชาติ 261 คน ในล็อตแรกที่เดินทางเข้ามาในไทย เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปัจจุบันอยู่ในการดูแลที่ค่ายมณฑลทหารบกที่ 310 อำเภอเมืองตาก โดยเหลือยอดอยู่ 233 คน เนื่องจากชาวจีน 28 คน ได้รับการประสานรับตัวกลับไป พร้อมกับกลุ่มชาวจีนล็อตที่ 2 ในวันนี้
ขณะที่ รองผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยืนยัน เครื่อง Biometric ที่หมดไลเซนต์ เป็นคนละตัวกับที่ใช้บันทึกข้อมูลเพื่อใช้ขึ้นแบล็กลิสต์ ที่จุดตรวจคนเข้าเมือง สะพานมิตรภาพไทยเมียนมา แห่งที่ 2 และระบบที่ใช้ขึ้นแบล็กลิสต์ ยังทำงานได้ดีไม่มีปัญหา
ทั้งนี้มีรายงานข่าว ระบุว่า ปัญหาเรื่องไลเซนต์เครื่อง Biometric ที่หมดอายุ อาจส่งผลต่อการคัดกรองด้วยระบบอัตโนมัติ แต่ยืนยันว่าตัวเครื่องยังใช้งานได้ และที่ผ่านมาได้วางมาตรการรองรับไว้แล้ว จึงส่งผลกระทบต่อการจับตาบุคคลเฝ้าระวังไม่มาก