วันนี้ (25 ก.พ. 68) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทกันภายในสถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.กระบี่ (บขส.) มีคนบาดเจ็บ 1 คน จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยกู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา ที่เกิดเหตุ พบคนเจ็บเป็นชาย ทราบชื่อคือ นายณรงค์ อายุ 41 ปี เป็นอดีตนักมวยดัง ฉายา “ซัดดัม เกียรติยงยุทธ” นั่งรอเจ้าหน้าที่ในสภาพเลือดอาบเต็มใบหน้า กู้ภัยจึงช่วยกันปฐมพยาบาล ก่อนพาตัวส่ง รพ.กระบี่
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบคนเจ็บขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดตรงด้านหน้าป้าย บขส.กระบี่ จากนั้นก็เริ่มมีการพูดจาโต้เถียงกันกับกลุ่มวินรถจักรยานยนต์ ก่อนที่ รปภ. ของ บขส. จะพยายามเข้ามาห้าม แต่เหมือนฝ่ายคนเจ็บจะไม่ยอม เดินเข้ามาหา รปภ. ที่ป้อม และพุ่งเข้าจะทำร้าย รปภ. จนเกิดการชุลมุน ทั้ง รปภ. และวินรถจักรยานยนต์ เข้ามารุมชกต่อยจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
สอบถาม นายณรงค์ บอกว่า ตนขี่รถจักรยานยนต์มาที่ บขส. เพื่อซื้อตั๋วรถเดินทางขึ้นกรุงเทพฯ ซึ่งเข้าไปจอดรถริมถนนบริเวณด้านหน้าป้าย บขส. เนื่องจากเห็นว่ามีรถจักรยานยนต์คันอื่นจอดอยู่ก่อนแล้ว จึงเข้าใจว่าจอดได้ แต่พอจอดเสร็จก็มีทั้งวินรถจักรยานยนต์ และ รปภ. เข้ามาบอกว่าห้ามจอด ตนก็ถามไปว่าทำไมถึงจอดไม่ได้ เพราะเห็นมีรถคันอื่นจอดอยู่แล้ว จากนั้นก็มีการพูดจาไม่เข้าหูกัน
ต่อมา รปภ. ก็ถือไม้กระบองจะเข้ามาที่ตน ตนเห็นดังนั้นก็เดินเข้าหาเลย ก่อนที่ รปภ. จะเดินถอยกลับไปที่ป้อม ต้นก็เดินตามไปคุย แต่รู้สึกเหมือนโดนต่อยจากข้างหลัง จากนั้นก็มีการรุมกันเกิดขึ้น กลายเป็นเหตุชุลมุน ซึ่งตนจำได้ว่าน่าจะมีคนเข้ามาร่วมประมาณ 6-7 คน เบื้องต้นตนบาดเจ็บดั้งจมูกหัก เสื้อผ้าฉีกขาด แว่นตาหาย หลังจากนี้จะแจ้งความดำเนินคดี แต่หากจะไม่ให้ดำเนินคดี ตนก็พร้อมท้าดวลกันตัวต่อตัว ทั้ง 7 คน ถ้ากล้าดวลตัวต่อตัวกัน จนกว่าจะพอใจ พร้อมจะไม่เอาเรื่อง
ด้าน นายวุฒิชัย หนึ่งใน รปภ. ที่อยู่ในเหตุการณ์ บอกว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุคนเจ็บขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปจอดตรงจุดที่ห้ามจอด จากนั้นวินรถจักรยานยนต์ที่อยู่ด้านหน้าก็เข้าไปห้าม บอกจอดไม่ได้ แล้วเกิดการโต้เถียงกันขึ้น ตนจึงเดินเข้าไปดูเหตุการณ์เพื่อจะห้าม แต่ฝ่ายผู้บาดเจ็บกลับพูดจาหยาบคาย ด่าบุพการีทุกคน จากนั้นก็ตามเข้ามาจะทำร้ายพวกตนก่อนที่ป้อม จึงเกิดเป็นเหตุการณ์ชุลมุนตามในภาพ
ขณะที่ นายโอภาส จุฑามาศ ผจก.บขส. ก็ออกมาชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจากการสอบถาม รปภ. ทราบว่าไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อเรื่องก่อน แต่เป็นฝ่ายคนเจ็บที่เข้าไปหาเรื่อง รปภ. ก่อน เรื่องนี้ภาพในกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด ตนจึงเตรียมนำเรื่องเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับฝ่ายคนเจ็บ ในข้อหาสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งตนมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ในส่วนของ รปภ. ก็มีการเรียกมาพูดคุยตักเตือน และว่ากล่าว รวมทั้งห้ามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก