อธิบดีอัยการคดีอาญา รับสำนวนคดีฆ่า สจ.โต้ง ยันพิจารณาตามหลักฐาน สั่งคดีทันก่อนครบฝากขัง

อธิบดีอัยการคดีอาญา รับสำนวนคดีฆ่า สจ.โต้ง ยันพิจารณาตามหลักฐาน สั่งคดีทันก่อนครบฝากขัง

View icon 329
วันที่ 25 ก.พ. 2568 | 16.52 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กองปราบ สั่งฟ้อง โกทร และพวก 8 ราย คดีฆ่า สจ.โต้ง ขนสำนวนกว่า 7,900 หน้า ให้อัยการพิจารณาสั่งคดี ด้าน ”สัญจัย“ อธิบดีอัยการคดีอาญา ตั้งคณะทำงานพิจารณา ให้ว่าไปตามหลักฐาน มั่นใจสั่งคดีทันก่อนครบฝากขัง ลั่น ไม่มีอิทธิพลกดดัน

วันนี้ (25 ก.พ.68) ที่สำนักงานอัยการคดีอาญา สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม นำสำนวนพร้อมความเห็นในคดีอาญา ที่กล่าวหานายสุนทร วิลาวัลย์ หรือ โกทร กับพวกร่วมฆ่านายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือ สจ.โต้ง เสียชีวิตในบ้านของนายสุนทร ส่งมอบให้ นายสัญจัย จันทร์ผ่อง อธิบดีการสำนักงานคดีอาญา เป็นผู้รับ

โดย พ.ต.อ. เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและเอกสารจำนวน 18 แฟ้ม กว่า 7,900 หน้า โดยสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง 130 ปาก คดีนี้มีผู้กล่าวโทษ 2 คน คือน.ส.ณภาภัช อัญชสาณิชมน หรือ สจ.จอย ภรรยาของ สจ.โต้ง และตำรวจ มีผู้ต้องหาทั้งหมด 8 ราย ได้แก่ นายสุนทร วิลาวัลย์ หรือ โกทร , นายธนศรัณย์กรณ์ หรือกอล์ฟ ,นายศักดิ์สิทธิ์ หรือตูน ,นายธนภัทร ,นายสิทธิชัย ,นายภัทรนนท์ ,นายอภิสิทธิ์ และ น.ส.มินญารัตน์ หรือ เมย์ ภรรยาของนายธนศรัณย์กรณ์ เป็นผู้ต้องหาที่ 1-8

ทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ทางกองบังคับการปราบปรามตำรวจภูธรปราจีนบุรีและตำรวจภูธรภาค 2 และกองพิสูจน์หลักฐานของปราจีนบุรี ได้ร่วมกันสืบสวนและตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ พบหลักฐานที่สำคัญ เช่น วิถีกระสุน, เขม่าดินปืน, ดีเอ็นเอ, ปลอกกระสุนปืน, หัวกระสุนปืน ทั้งพยานบุคคล และหลักฐานพยานวัตถุ ที่สามารถยืนยันการกระทำความผิดของผู้ต้องหาได้ แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ หรือบิดเบือนข้อเท็จจริง แต่ก็หนีพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ไปไม่ได้ โดยเฉพาะการเอาผิด “โกทร” มีพยานหลักฐานที่ยืนยันได้ว่ามีส่วนร่วมกับการก่อเหตุ แม้จะอยู่ที่ชั้น 2 ก็ตาม มั่นใจว่าพนักงานอัยการจะสั่งคดีทันกำหนดฝากขัง ในวันที่ 6  มี.ค.นี้

ส่วนผู้ต้องหาที่ 8 พบว่าก่อนเกิดเหตุ เป็นคนรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ตายที่อยู่นอกบ้านให้ผู้ต้องหาที่ 1-7 ที่รอก่อเหตุอยู่ในบ้านทราบ จึงเข้าหลักเกณฑ์ของการช่วยเหลือผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย ในทางคดีมีหลักฐานว่าผู้ต้องหาที่ 1-7 ร่วมกันวางแผนก่อเหตุ โดยสาเหตุจูงใจหลัก ๆ เป็นการขัดแย้งทางการเมือง

สำหรับตัวของ นายสุนทร หรือ โกทร และพวกรวม 7 คน ที่ถูกจับกุมในที่เกิดเหตุ ถูกดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง ,ร่วมกันมีอาวุธปืนและยุทธภัณฑ์ (เสื้อเกราะ) โดยไม่ได้รับอนุญาต และ ร่วมกันอั้งยี่ซ่องโจร”  ส่วน น.ส.มินญารัตน์ หรือ เมย์ ผู้ต้องหารายที่ 8 ที่ถูกออกหมายจับเพิ่มเติม และถูกจับกุมในภายหลังถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน “สนับสนุนช่วยเหลือบุคคลอื่นให้กระทำความผิด”

ด้านนายสัญจัย กล่าวหลังรับสำนวนว่า ตนจะตั้งคณะทำงานขึ้นมา 3 คน โดยมีรองอธิบดีอัยการและตนในฐานะอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา จะคอยกำกับสำนวน ในส่วนระยะเวลาฝากขังครั้งสุดท้าย ทางสำนักงานคดีอาญาจะพิจารณาทำคำสั่งให้ทัน ยืนยันจะพิจารณาอย่างตรงไปตรงมาตามเนื้อผ้า และพยานหลักฐานที่ปรากฏ ไม่ต้องกังวล แม้คดีนี้ไม่มีพนักงานอัยการเข้าไปร่วมสอบสวนตั้งแต่แรก และถึงจะมีคนดังก็ต้องว่าไปตามสำนวนการสอบสวน ส่วนไหนที่ไม่ชัดเจน จะมีการสั่งสอบสวนเพิ่มเติม แต่ต้องทำให้ทันภายในระยะเวลากรอบฝากขังเท่านั้น ส่วนเรื่องแรงกดดันจากภายนอก ตอนนี้ยังไม่มีใครกดดันตนมา

ทั้งนี้ คดีนี้มีการฝากขังตัวผู้ต้องหาอยู่ภายใต้อำนาจศาลอยู่แล้ว ถ้าพนักงานอัยการพิจารณาแล้วมีคำสั่งฟ้อง ก็สามารถสั่งฟ้องผู้ต้องหาได้เลย แต่ต้องให้ทันก่อนวันที่ 6 มี.ค.ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของกำหนดฝากขัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง