ระทึกซ้ำ รถกระบะชนขอบทางเขาศาลปู่โทน

View icon 399
วันที่ 27 ก.พ. 2568 | 06.32 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ระทึกอีกรอบ เมื่อรถกระบะเสียหลักชนขอบทางเขา "ศาลเจ้าพ่อปู่โทน" ในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์มรณะแค่ 200 เมตร จนมีผู้บาดเจ็บ 2 คน ยิ่งขยายข้อสงสัยเพิ่มทั้งปมเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงความอาถรรพ์สิ่งลี้ลับบริเวณศาลปู่เขาโทน และมิติเรื่องของเส้นทางถนนที่เป็นทางโค้งคดเคี้ยว สูงชัน มักหลอกตาคนขับขี่รถ

รถกระบะที่เกิดอุบัติเหตุจนต้องจอดอยู่บริเวณขอบผา บนถนน 304 ช่วงบริเวณเขาศาลเจ้าพ่อปู่โทน อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ทัศนศึกษาไปเพียงแค่ 200 เมตร ถือเป็นอุบัติเหตุที่เกิดต่อกันอย่างไม่คาดคิด
 
ตำรวจ สภ.วังขอนแดง ให้ข้อมูลว่า พบผู้บาดเจ็บ 2 คน เป็นคนขับและคนที่นั่งคู่มาด้วย โดยอาสาสมัครกู้ภัยก็นำทั้งคู่ส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุคาดระบบเบรกของรถมีปัญหา ก่อนจะเสียหลักชนขอบทาง ซึ่งอยู่ห่างไปเพียง 200 เมตร จากจุดรถทัวร์ทัศนศึกษาเกิดอุบัติเหตุเมื่อช่วงเช้า

หลายคนอาจสงสัย ทำไมบริเวณ "ศาลเจ้าพ่อปู่โทน" ถึงเกิดอุบัติเหตุขึ้นถี่ ๆ ไปย้อนดูในรอบ 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2557-2568) บริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุทั้งหมด 15 ครั้ง เสียชีวิตกว่า 40 คน ซึ่งเจาะเฉพาะเหตุใหญ่ ๆ อาทิ  ปี 2557 รถทัวร์ 2 ชั้น นำคณะครู- นักเรียน จากจังหวัดนครราชสีมาไปทัศนศึกษา มีปลายทางจังหวัดชลบุรี แต่รถเบรกแตกเสียหลักชนกับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ มีผู้เสียชีวิต 14 คน บาดเจ็บ 37 คน ถัดมาอีก 2 วัน รถพ่วงเบรกแตกพุ่งชนรถที่วิ่งสวนมา 5 คัน เสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บ 15 คน แค่ 2 เหตุนี้ก็เสียชีวิตรวม 18 คน บาดเจ็บ 52 คน

และตั้งแต่ปี 2558 เรื่อยมาถึงปี 2560 ก็เกิดอุบัติเหตุอีกหลายครั้ง ส่วนใหญ่เป็นรถขนาดใหญ่ อาทิ รถบรรทุกพ่วง และมีต้นเหตุจากเบรกแตกมากที่สุด

แต่เหตุใหญ่เมื่อ 9 มีนาคม 2560 รถบัสโดยสารพานักเรียนจากจังหวัดขอนแก่นไปทัศนศึกษา แต่เกิดอุบัติเหตุตกลงเหวข้างทาง จนมีคนเสียชีวิต 6 คน บาดเจ็บ 44 คน
 
ปี 2566 เรื่อยมาถึงปี 2567 ก็เกิดอุบัติเหตุอีกหลายครั้ง ยังเป็นรถขนาดใหญ่มากที่สุด แต่สาเหตุหลักเป็นเสียหลักพุ่งชน ซึ่งเหตุใหญ่เมื่อ 29 มีนาคม 2567 รถทัวร์คณะครูจากจังหวัดสุรินทร์ ชนกับรถพ่วง มีผู้บาดเจ็บ 13 คน 

ก่อนจะมีอุบัติเหตุรถทัวร์ดูงานจากจังหวัดบึงกาฬ ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 18 คน บาดเจ็บ 31 คน ช่วงทางโค้งลงเขาศาลเจ้าพ่อปู่โทน ถนนสาย 304 อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เกิดเสียงร่ำลือถึงความอาถรรพ์ที่เกิดอุบัติเหตุใหญ่ทุกปี
    
จากความเชื่อเรื่องอาถรรพ์ ศาลเจ้าพ่อปู่โทนนี้ ทีมข่าวสอบถาม หมอปลา บอกว่า คิดได้ 2 มิติ โดยเชิงวิทยาศาสตร์ก็อาจเป็นความประมาทของบุคคล และสภาพถนนที่สูงชัน แต่หากคิดมุมเหนือธรรมชาติ สิ่งลี้ลับ ก็ไม่เชื่อว่าเป็นอาถรรพ์ของศาลเจ้าพ่อฯ เพราะสิ่งดีต้องปกป้องคุ้มครอง ไม่ใช่ทำให้เกิดเหตุสลดขึ้น

หมอปลา ก็บอกว่า จริง ๆ เชื่อทางวิทยาศาสตร์มากกว่า แต่ก็พร้อมไปไล่ทุบ ไล่รื้อ ส่งสัมภเวสีกรรมกลับไปที่ของเขา เพื่อไม่ให้คนเดือดร้อนเช่นกัน

อีกมุมก็พูดกันมากว่า ถนน 304 เส้นนี้ มีทั้งความโค้ง ความชัน ขับขี่รถยาก คนไม่คุ้นชินเส้นทางเสี่ยงอันตราย เหมือนรถทัวร์ไปดูงานคันล่าสุดที่เพิ่งเกิดเหตุ คนขับรถบอก พยายามเข้าเกียร์ แต่เข้าไม่ได้ ลมเบรกหมด จึงหักออกซ้ายชนกำแพง

ซึ่งประเด็นของสภาพถนนที่มีทั้งความชัน มีแท่นแบร์ริเออร์กั้นข้างทางไม่ให้รถตกขอบไถลออกถนน ประธานสาขาวิศวกรรมยานยนต์ วสท. ก็มองว่า สภาพถนนสูงชันเป็น 1 ใน 3 ปัจจัย ที่ทำให้ผู้ขับขี่รถต้องใช้ทักษะขับรถที่มากกว่าขับขี่บนถนนปกติ แต่ขณะเดียวกัน เรื่องความพร้อมของรถ เครื่องยนต์ กลไกระบบต่าง ๆ โดยเฉพาะเบรก หรือแม้แต่การต่อเติมตัวรถ รวมทั้งความพร้อมของคนขับรถ ก็ต้องนำมาพิจารณาประกอบกัน ถึงจะทำให้การขับขี่รถไม่เสี่ยง และเกิดความปลอดภัยสูงสุด

อุบัติเหตุบนถนนสาย 304 ครั้งล่าสุดนี้ แม้จะยังฟันธงไม่ได้ ต้องรอผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงในการเกิดอุบัติเหตุ แต่สิ่งที่อาจารย์แนะนำ คือ สิ่งที่พอจะช่วยลดความเสี่ยงบนถนนลักษณะนี้ ก็อาจจะติดป้ายคำเตือนให้ระวัง ลดความเร็ว ใช้จอคล้าย ๆ แอลอีดี ที่มีความเคลื่อนไหว หรืออาจจะทำจุดพักรถเพิ่ม เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้

ข่าวอื่นในหมวด