2 สาว หอบหลักฐานร้องเรียน หลังยืนยันว่า ถูกตำรวจที่ จ.เชียงราย ทำร้ายร่างกาย พยายามปลดทองที่ข้อมือ ยัดข้อหาเมาแล้วขับ ทั้งที่เป่าแอลกอฮอล์กว่า 20 ครั้ง ไม่ขึ้นสักครั้ง
วันที่ 27 ก.พ.68 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย น.ส.ชลธิชา อายุ 29 ปี ชาว อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา และ น.ส.จันทร์ พร้อมทนาย ได้เข้าพบ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย เพื่อยื่นหนังหนังสือร้องเรียนให้ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แห่งหนึ่ง แต่ทาง ผบก.ติดภารกิจด่วน
น.ส.ชลธิชา เผยว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค.68 ตนและเพื่อนได้ไปคุยเรื่องรับงานออแกไนซ์ที่บนภูชี้ฟ้า ขณะขับรถกลับมาที่พักที่ในตัวเมืองเชียงราย ด้วยความที่เป็นคนต่างจังหวัด จึงขับตาม GPS ปรากฏว่ามันพาไปโผล่เส้นหลังสนามบิน ขณะขับอยู่นั้นได้มีสุนัขวิ่งตัดหน้า ตนจึงหักหลบจนเป็นเหตุให้รถตกลงไปในร่องน้ำข้างทาง ซึ่งลึกกว่าระดับถนนประมาณ 8 เมตร โชคดีที่พวกตนไม่ได้รับบาดเจ็บ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยมาถึงที่เกิดเหตุ ขณะช่วยพวกตนออกมาจากรถ มีเจ้าหน้าที่พยายามจะเข้ามาปลดสร้อยข้อมือของตน เมื่อตนโวยวายเขาก็มาขอตรวจแอลกอฮอล์ ตนก็ยินยอมเป่าแต่โดยดี โดยเป่าไปประมาณ 20 ครั้ง จนแทบไม่มีแรง ค่าแอลกอฮอล์มันไม่ขึ้น เพราะตนไม่ได้ดื่มเหล้า
น.ส.ชลธิชา บอกด้วยว่า จากนั้นตำรวจชุดดังกล่าวแสดงความไม่พอใจ พร้อมพาตนขึ้นไปตรวจในรถกู้ภัย โดยไล่กู้ภัย 2 คนลงจากรถ ในรถเจ้าหน้าที่ยังคะยั้นคะยอให้ตนเป่าอีก ทั้งที่ตนบอกว่าแทบไม่มีแรงเป่าแล้ว เขาก็บอกว่าตนไม่เต็มใจเป่า และเข้ามาตบหน้า และชกเข้ามาที่หน้าอกตน เพื่อนตนที่อยู่นอกรถยังได้ยิน เพื่อนจึงทุบรถเรียกตน จากนั้นสัก 10 นาทีเขาก็เปิดประตูลงจากรถ และพากันขับออกไปจากที่เกิดเหตุ แต่พอวันที่ 23 ม.ค.68 ตำรวจคนดังกล่าวได้โทรหาเพื่อนที่ไปด้วยกันในวันเกิดเหตุ บอกว่าติดต่อหาตนไม่ได้ และบอกให้ตนไปรับทราบข้อกล่าวหาเมาแล้วขับ เพราะพบผลแอลกอฮอล์เกิน 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ทั้งที่ตนยืนยันว่าไม่ได้ดื่มและผลการตรวจแอลกอฮอล์ก็ไม่เกิน
ด้านทนายความที่มาด้วยกัน ได้ตั้งข้อสังเกตุว่า หากพบว่าผู้ขับขี่มีแอลกอฮอล์เกินกำหนด ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงไม่ดำเนินการเชิญตัวไปตรวจที่โรงพยาบาลในวันเกิดเหตุ แถมยังโทรบอกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันถัดไป ซึ่งผิดปกติ ตามขั้นตอนน่าจะตรวจและแจ้งข้อหาภายใน 6 ชั่วโมง และยังพบบาดแผลที่ทางผู้ร้องระบุว่าถูกเจ้าหน้าที่ดังกล่าวลงมือทำร้ายอีกด้วย จึงต้องมายื่นหนังสือร้องเรียนกับทาง ผบก.ภ.จว.เชียงราย เพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมทางคดี
กรณีดังกล่าวนี้ทีมข่าวได้พยายามติดต่อสอบถามไปยังผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกพาดพิง แต่วันนี้ทาง ตำรวจภูธรภาค 5 มีประชุมเร่งด่วน ไม่มีผู้บริหารสถานีอยู่ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานตามหน้าที่ แต่ทางผู้ขับขี่พยายามบ่ายเบี่ยงที่จะตรวจแอลกอฮอล์ ไม่มีการทำร้ายร่างกายตามที่คู่กรณีกล่าวอ้าง ทางตำรวจที่ไปปฏิบัติงานในวันดังกล่าวยินดีจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ และหากพบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการกระทำผิดจริง ทางผู้บังคับบัญชาก็จะไม่เข้าข้าง ต้องดำเนินการตามกฏหมาย แต่ในเบื้องต้นทางผู้ใต้บังคับบัญชาก็ยืนยันว่าเขาทำถูกต้องตามกระบวนการทุกอย่าง
ด้านตัวแทนของ ผบก.ภ.จว.เชียงราย ที่มารับหนังสือแทน ก็รับปากจะนำเรื่องดังกล่าวไปเข้าสู่ขั้นตอน หลังจากนี้จะมีการตั้งกรรมการสอบสวน เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย