เจ้าของสวนทุเรียนเข่าอ่อน พายุฤดูร้อนพัดถล่มเสียหายทั้งสวน

เจ้าของสวนทุเรียนเข่าอ่อน พายุฤดูร้อนพัดถล่มเสียหายทั้งสวน

View icon 349
วันที่ 5 มี.ค. 2568 | 10.43 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เจ้าของสวนทุเรียนครบุรี โคราช ถึงกับเข่าอ่อน พายุฤดูร้อนพัดถล่มต้นทุเรียนหักโค่นยับทั้งสวน  เสียหายกว่าร้อยต้น

(5 มี.ค.68) พายุฤดูร้อนพัดถล่มพื้นที่ ต.ลำเพียก อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 3 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา นายไสว สายปัญญา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำเพียก อ.ครบุรี ได้เร่งนำทีมเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ลำเพียก พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอครบุรี  และฝ่ายปกครองอำเภอครบุรี  ออกสำรวจพื้นที่ความเสียหาย

เบื้องต้นพบว่า มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายบ้างเล็กน้อย แต่สวนผลไม้ของเกษตรกรหลายหมู่บ้าน ถูกลมพายุพัดหักโค่นเป็นจำนวนมาก  โดยเฉพาะสวนทุเรียนในหมู่บ้านซับระวิง และบ้านไร่แหลมทอง ต.ลำเพียก ซึ่งช่วงนี้ต้นทุเรียนที่กำลังติดดอกออกผล กลับถูกพายุพัดหักโค่นเสียหายไปเกือบ 300 ต้น

ที่สวนศรสวัสดิ์ บ้านไร่แหลมทอง ของนางบัวสอน อายุ 61 ปี ที่ปลูกทุเรียนมากว่า 15 ปี แต่มาถูกลมพายุพัดถล่มวันเดียว หักโค่นได้รับความเสียหายไป 102  ต้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่าล้านบาท

นางบัวสอน เผยว่า  เกิดลมพายุและฝนกระหน่ำอย่างรุนแรงนานนับชั่วโมง พอพายุสงบ ฝนหยุดตก ตนรีบขับรถจากบ้านพักที่อยู่ในตัวหมู่บ้าน ออกมาดูทุเรียนที่สวน เมื่อมาถึงก็เข่าอ่อน จะเป็นลม ต้นทุเรียนหักโค่นเสียหายเกือบทั้งสวน ทั้งหักโค่นทั้งต้น  หักโค่นกลางต้น และกิ่งก้านหักฉีกขาด  รวม 102 ต้น จากจำนวนต้นทุเรียนที่มีอยู่ทั้งหมด 400 ต้น และทุกต้นกำลังติดดอกออกผล เตรียมจะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนบำรุงผลแล้ว  

หากคิดเป็นมูลค่าเฉพาะผลผลิตที่จะได้ในแต่ละปี ก็จะอยู่ที่ประมาณต้นละ 4 หมื่นบาท  ยังไม่รวมมูลค่าอายุของต้นที่ดูแลประคบประหงมมานานเกือบ 15 ปี ที่ให้ผลผลิตประมาณ 80 ลูก ซึ่งแต่ละลูกจะมีน้ำหนักประมาณ 4 กิโลกรัม เมื่อเก็บผลผลิตในสวนออกขาย จะมีรายได้กว่าล้านบาทเลยทีเดียว  แต่พอมาเห็นต้นทุเรียนหักเสียหายแบบนี้ ทำใจไม่ได้ มันเหนื่อย หมดแรงจริง ๆ ต้นที่หักโค่นทั้งต้นก็ต้องตัดตอทิ้งเท่านั้น ส่วนต้นที่หักเล็กน้อย หรือยอดหัก ก็ยังพออยู่ได้แต่ต้องบำรุงดูแลใหม่ กว่าจะฟื้นให้ผลผลิตก็ต้องใช้เวลานานหลายปี

ด้านนายกฤษฏิ์ พูนเกษม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับบ้านเรือน ไร่สวนที่เสียหาย ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเข้าดูแลสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นก่อนตามอำนาจหน้าที่  แต่ถ้าเกินกำลัง ท้องถิ่นมีงบประมาณช่วยเหลือไม่เพียงพอ ก็จะร้องขอความช่วยเหลือขอใช้งบทำรองราชการหรือเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นของทางจังหวัด เพื่อเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป