“เอกนัฏ” ฟัน 4 โรงงานปล่อยมลพิษซ้ำซาก เล็งคลอดระเบียบคุมจัดการกากพิษเพิ่ม “ฐิติภัสร์” เจอซุกกากพิษ 3.5 หมื่นตัน ส่งตรวจสอบก่อนฟันเพิ่ม
จากกรณีประชาชนในพื้นที่ ต.นาโคก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ร้องเรียนว่า ได้รับผลกระทบทางมลพิษจากกลุ่มบริษัทรีไซเคิล จำนวน 4 ราย ในบริเวณดังกล่าว เป็นสาเหตุทำให้นาเกลือ ซึ่งเป็นอาชีพหลักของประชาชนละแวกนั้น กลายเป็นเกลือสีดำ ทำให้ผลผลิตเสียหายนั้น
ล่าสุด (8มี.ค.68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้ส่งทีมตรวจการสุดซอยกระทรวงอุตสาหกรรม นำโดย นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายเอกนิติ รมยานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ซึ่งในจำนวนนี้มีโรงงานที่เคยถูกสั่งระงับการประกอบกิจการชั่วคราว ตามหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรสาครด้วย
“เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ทั้ง 4 โรงงานมีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ไม่พบการขออนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงาน และไม่พบการแจ้งการขนส่ง เป็นต้น จึงสั่งให้ดำเนินคดีในทุกการกระทำผิดอย่างเด็ดขาด” นายเอกนัฏ กล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมจะพิจารณาออกหรือปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อควบคุมการจัดการมลพิษของโรงงานที่ประกอบกิจการประเภทแยกและบดย่อยชิ้นส่วน รวมทั้งที่ประกอบกิจการกำจัดกากอุตสาหกรรมและเศษอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม และประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ตลอดจนกำหนดแนวทางเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจของประเทศ
ขณะที่ นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า หลังมีคำสั่งให้โรงงานทั้ง 4 แห่ง หยุดประกอบกิจการ และสั่งปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 60 วัน โดยจะไม่ให้มีการขยายเวลาต่อ หากมีการฝ่าฝืนคำสั่งลักลอบประกอบกิจการรวมถึงไม่เร่งปรับปรุงให้แล้วเสร็จตามกำหนด จะดำเนินการยกระดับคำสั่งและดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
ส่วนผลการตรวจสอบทั้ง 4 โรงงาน พบว่า บางแห่งกระทำผิดเพิ่มเติม มีการตั้งและประกอบกิจการโรงงานผิดประเภท โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีการนำกากอุตสาหกรรม (เศษพลาสติก) ปล่อยน้ำเสีย ออกนอกโรงงานมาไว้บนพื้นที่ข้างเคียง โดยไม่ได้รับอนุญาต บางแห่งกระทำผิดเพิ่มเติมสภาพโรงงานไม่ปลอดภัย การติดตั้งเครื่องจักรไม่ตรงตามอนุญาต และมีการลักลอบฝังกากอุตสาหกรรม ทั้งยังพบการกระทำผิดลักลอบฝังกลบกากอุตสาหกรรมที่ต้องสงสัยเป็นตะกรันอะลูมิเนียมดอสในพื้นที่โรงงานประมาณ 3.5 หมื่นตัน และ พบการกระทำผิดเพิ่มเติม ลักลอบฝังกลบกากอุตสาหกรรมต้องสงสัยเป็นตะกรันอะลูมิเนียมดอสในพื้นที่โรงงานประมาณ 30 ตัน โดยทั้ง 4 โรงงานไม่มีการแจ้งขออนุญาตขนกากอุตสาหกรรมออกจากพื้นที่ และลักลอบฝังในพื้นที่ตนเอง เข้าข่ายครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต
“เบื้องต้นได้ยึดอายัดกากอุตสาหกรรมที่ต้องสงสัยเป็นอะลูมิเนียมดรอสจำนวนรวมกว่า 3.5 หมื่นตันไว้ เพื่อนำตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ หากยืนยันว่าเป็นอะลูมิเนียมดรอส ก็จะดำเนินคดีฐานครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งโทษครอบครองวัตถุอันตรายจะมีโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องทำการกำจัดวัตถุอันตรายให้ถูกต้องตามกฎหมายและดำเนินการอยู่บนหลักของความปลอดภัยไม่ให้มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป” นางสาวฐิติภัสร์ กล่าว