ตำรวจทางหลวงรวบคู่รักสุดแสบ ตระเวนเช้ารถเชิดขายตลาดมือ และประเทศเพื่อนบ้าน

ตำรวจทางหลวงรวบคู่รักสุดแสบ ตระเวนเช้ารถเชิดขายตลาดมือ และประเทศเพื่อนบ้าน

View icon 1.2K
วันที่ 10 มี.ค. 2568 | 20.48 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 68 ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ภิเชศ นาเมืองรักษ์ รองสว.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล. พร้อมด้วย ร.ต.ท.ศิริพงษ์ ฉ่ำศิริ ,ร.ต.ต.พิเชษฐ์ วรวิสุทธิวงศ์ รอง สว.(ป) ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล และกำลังตำรวจทางหลวงในสังกัด ร่วมกันจับกุม  นายธนกฤต อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงนนทบุรี ที่ 433/2567 ลงวันที่ 27 พ.ย. 67 และ น.ส.กัลยกร อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงนนทบุรี ที่ 434/2567 ลงวันที่ 27 พ.ย. 67 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันยักยอกทรัพย์” ซึ่งทั้งคู่เป็นแฟนกัน สามารถจับกุมได้ที่หน่วยบริการตำรวจทางหลวงพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมยึดของกลาง รถยนต์เก๋ง สีเทา 1 คัน

การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ จนกระทั่งเวลา 12.40 น. ไปถึงบริเวณถนนหมายเลข 3 กม. 153-154 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี (มุ่งหน้าพัทยา) บรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวเปลี่ยนช่องทางการเดินรถอย่างกะทันหันก่อนขึ้นสะพาน จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถ เพื่อทำการตรวจสอบ และว่ากล่าวตักเตือน จากการตรวจสอบ พบ นายธนกฤตฯ เป็นคนขับ และมี น.ส.กัลยกร นั่งโดยสารข้างคนขับ ตรวจรถยนต์คันดังกล่าวเบื้องต้นพบว่าไม่ติดแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษี ไม่มีสำเนาใบคู่มือจดทะเบียน และได้ตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียน พบว่าได้จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เมื่อ 5 เม.ย.2562 เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน สีขาว และเป็นคนละยี่ห้อ ไม่ตรงกับข้อมูลแผ่นป้ายทะเบียนซึ่งติดมา จึงได้เชิญตัวผู้ขับขี่และผู้โดยสารพร้อมรถยนต์คันดังกล่าวมาที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงพัทยาเพื่อทำการตรวจสอบเพิ่มเติม

ต่อมาได้ทำการตรวจสอบหมายจับ พบว่า นายธนกฤตและแฟนสาวมีหมายจับของศาลแขวงนนทบุรี จากนั้นทำการตรวจสอบเลขตัวถังของรถยนต์คันดังกล่าว ปรากฎว่าถูกจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ทะเบียน 5yy-yyyy กรุงเทพมหานคร ผู้มีชื่อครอบครองคือ นายอธิศ ซึ่งเป็นผู้เสียหาย และได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับว่า “ร่วมกันยักยอกทรัพย์” และนำตัวส่ง พงส.สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลของผู้ต้องหา ได้ทำการตระเวนเช่ารถ และตัดสัญญาณจีพีเอสที่ติดไว้กับตัวรถเช่าเพื่อหลบหนีการติดตาม ก่อนจะนำรถที่เช่ามานั้นไปขาย หากเป็นรถยนต์จะนำส่งขายตลาดมืดมือสอง ส่วนรถจักรยานยนต์ส่งขายไปยังตลาดมืด และประเทศเมียนมา กัมพูชา ซึ่งมีผู้เสียหายแจ้งความไว้ 4 สภ. ได้แก่ สภ.พานทอง สภ.เมืองพัทยา สภ.นนทบุรี สภ.กาญจนบุรี และยังมีกลุ่มผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุยักยอกทรัพย์ไป