“ภูมิธรรม-ทวี” ถึงจีน ติดตามความเป็นอยู่ อุยกูร์

“ภูมิธรรม-ทวี” ถึงจีน ติดตามความเป็นอยู่ อุยกูร์

View icon 2.7K
วันที่ 19 มี.ค. 2568 | 07.02 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“ภูมิธรรม-ทวี” นำคณะ พร้อมสื่อมวลชน เดินทางถึงจีน ลงพื้นที่ดูความเป็นอยู่ชาวอุยกูร์ที่ไทยส่งกลับล่าสุด 40 คน และ ขอพบชุดแรกที่เคยส่งกลับปี 58 ด้วย

เมื่อเวลา 23.30น. วันที่ 18 มี.ค.68 ที่ท่าอากาศกองบิน 6 นายภูมิธรรม เวชชัย รองนายกฯ และกลาโหม พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พลตำรวจเอก รอย อิงค์ไพโรจน์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และคณะผู้แทนไทย ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ด้วยเครื่องบินกองทัพอากาศ ถึงเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ สาธารณรัฐประชาชนจีนช่วงเช้าวันนี้ ( 19 มี.ค.68) เวลาประมาณ 08.40 น ตามเวลาไทย  และจะลงพื้นที่เมืองคาซือ เพื่อไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ หลังจากประเทศไทยส่งกลับ

67da0d42b86342.78563873.jpg

67da0d03da6b66.48482160.jpg

โดยคณะจะเดินถึงเมื่อเดินทางไปถึง คณะจะแบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดของนายภูมิธรรม กับ ชุดของ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ทั้งนี้ ที่ต้องมีการแยกคณะ เนื่องจากมณฑลซินเจียงเป็นพื้นที่ใหญ่มาก ใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 3 เท่า และชาวอุยกูร์ต่างก็แยกย้ายกันกลับภูมิลำเนา ตามเมืองต่างๆในมณฑลซินเจียง ซึ่งอยู่ห่างไกลกัน โดยคณะต้องนั่งรถออกไป 250-300 กิโลเมตร

นอกจากนี้ จะมีการหารือกับผู้นำศาสนาอิสลาม ที่มัสยิดอิดกะฮ์ รวมทั้งมีการประชุมหารือร่วมกับแพทย์ที่รักษาตัวชาวอุยกูร์ ก่อนที่ช่วงค่ำ จะหารือกับ นายหม่า ซิงรุ่ย เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์

67da0d2b410298.31730982.jpg

67da0cf007f9d0.51597315.jpg

นายภูมิธรรม กล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้ ตนตั้งใจจะไปดู 40 คนที่เราส่งไปล่าสุด และขณะนี้ยังได้ขอทางจีนผ่านทางนายหาน จื้อเฉียง เอกอักคราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อเจอกับกลุ่มชาวอุยกูที่ส่งไปรอบก่อนหน้านี้ ซี่งก็ไม่ได้ปฏิเสธ คิดว่าจะพยายามจัดการให้

“อยากให้เห็นว่ากระบวนการต่างๆสามารถทำให้ชาวอุยกูร์เลือกอนาคตของตัวเองได้ ตนตั้งใจเจอทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและจะไปพบกับผู้นำทางศาสนาอิสลามในพื้นที่ที่คลายกับจุฬาราชมนตรีของไทย รวมถึงแพทย์ผู้ให้การรักษา เพื่อให้รู้ว่าเขากลับไปแล้วภาพเป็นอยู่เมื่อส่งกลับบ้านแล้วเป็นอย่างไร เราพยายามไปเจอที่บ้านให้ได้มากที่สุด แต่เท่าที่ทราบเขาอยู่ห่างไกลกันมาก เนื่องจากพื้นที่ซินเจียงอุยกูร์ เขาใหญ่กว่าไทยถึง 3 เท่า โดยจะพบกับชาวอุยกูที่อยู่ใกล้เมืองคาซือ ระยะทางห่างประมาณ 150 -170กิโลเมตร แต่ถ้าไกลกันมาก ก็ขอให้ซูมมาจะได้พูดคุยและเห็นหน้า พร้อมทั้งยังได้ขอนายหาน ให้สื่อมวลชนที่ไปกับคณะเข้าไปยังบ้านพักที่ตนเข้าไปพบด้วย ตนขอให้ทางการจีนยืดหยุ่นกับเรา ถ้ามีเงื่อนไขเต็มไปหมดแล้วไม่ได้เจอใครเลยถ้าไปอย่างนี้ตนตายแน่ เราอยากดูชาวอุยกูย์ตามสิ่งที่เขาเป็นเพื่อให้เห็นว่าตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร รวมถึงการฝึกอาชีพให้กับเขาอย่างไร เพื่อให้รู้ว่าตอนนี้ต่างไปจาก 10 ปีที่แล้วอย่างไร และเหตุผลที่ขอให้เบลอภาพชาวอุยกูร์นั้นเพราะเป็นความประสงค์ของเขาเพราะเขาอยากกลับไปใช้ชีวิตแบบปกติ” นายภูมิธรรม กล่าว