ยท-สสส. ขอบคุณรัฐบาลสั่งกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้า จับปรับแค่ 2 สัปดาห์ ร้านค้ารอบสถานศึกษาแห่ปิดตัว ขอให้ปูพรมตรวจจับต่อเนื่อง ช่วยลดผู้เสพยาเสพติดรายใหม่
ปราบบุหรี่ไฟฟ้า วันนี้ (19 มี.ค.68) นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) พร้อม เครือข่ายทำงานสร้างเสริมสุขภาพทั่วประเทศไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขอบคุณ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน
หลังจากนายกฯ สั่งการปราบปรามอย่างต่อเนื่องตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะรอบสถานศึกษาได้ปิดตัวลงเกือบทั้งหมด หากคงมาตรการการปราบปรามเข้มงวดลักษณะนี้ต่อไปอย่างน้อย 3 เดือน จะทำให้ความต้องการบุหรี่ไฟฟ้าของไทย มีโอกาสหายไปที่สุด นับเป็นผลดีในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า
นายพชรพรรษ์ กล่าวต่อว่า แม้จะมีประชาชนจำนวนหนึ่งจะแนะนำให้รัฐบาล ไปปราบปรามยาเสพติดมากกว่าบุหรี่ไฟฟ้า แต่จากข้อมูลที่ ยท. ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ศึกษาพฤติกรรมการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนก่อนได้รับโทษคดียาเสพติดในศูนย์ฝึกฯ 39 แห่ง รวม 300 คน มีอายุเฉลี่ย 17 ปี พบว่า 95.4% เคยสูบบุหรี่มวน และ 79.3% เคยสูบบุหรี่ไฟฟ้า ในจำนวนนี้ 76% พัฒนาไปสู่การใช้ยาเสพติดอื่น
ทั้งนี้ยาเสพติดที่นิยมมากที่สุด คือ ยาเสพติดประเภทออกฤทธิ์ผสมผสาน กัญชา กระท่อม 45.1% รองลงมาคือ ยาเสพติดประเภทกระตุ้นประสาท ยาบ้า ไอซ์ ยาอี 40.5% ยาเสพติดประเภทกดประสาท ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีน 8.9% และยาเสพติดประเภทหลอนประสาท เช่น แอลเอสดี (LSD) เห็ดขี้ควาย สารระเหย 5.5%
“ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่า เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ ที่เริ่มสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ตั้งแต่อายุยังน้อย จะสามารถเปลี่ยนมาเป็นทั้งผู้เสพและผู้ขายยาเสพติดได้ในอนาคต การปราบปรามยาเสพติดได้อย่างเด็ดขาด ต้องแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง คือการปกป้องเด็กและเยาวชนไทยจากการเข้าถึงบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” นายพชรพรรษ์ กล่าว