ครอบครัวเด็กหญิง อายุ 13 ปี จาก จ.กาญจนบุรี ส่งคลิปหลักฐานร้องมูลนิธิเป็นหนึ่ง ช่วยเหลือลูกสาวที่อยู่ในสภาพจิตตก ไม่กล้าออกไปไหน จากการถูกลวงไปรุมทำร้าย 5 ต่อ 1 พร้อมถ่ายคลิปแบล็กเมล์ไปโพสต์ประจานจนอับอาย หนำซ้ำยังขู่หากนำเรื่องไปฟ้องใครจะเจ็บตัวไปมากกว่านี้
โดยวันนี้ (21 มี.ค. 68) ที่ สภ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี มูลนิธิเป็นหนึ่ง พร้อม พมจ.กาญจนบุรี และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พาครอบครัวเด็ก อายุ 13 ปี มาติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยต้นอ้อ เป็นหนึ่ง เผยว่า ตนทราบเรื่องนี้หลังมีชาวเน็ตหลายคนแท็กไปดูต้นโพสต์ที่พี่สาวของผู้เสียหายโพสต์ขอความช่วยเหลือ หลังน้องสาวอายุ 13 ปี ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุ 8 คน ลวงไปทำร้ายร่างกาย
โดยเมื่อคืนนี้กลุ่มเด็กที่ก่อเหตุทั้งหมด 8 คน ซึ่งเป็นเยาวชนอายุตั้งแต่ 14-17 ปี ได้ตั้งกลุ่มแช็ตดึงตนเข้าไปพูดคุย เพื่ออธิบายสาเหตุที่เกิดขึ้น แต่ตนก็ได้บอกไปว่าไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ไม่มีสิทธิไปทำร้ายร่างกายกันแบบนี้ แต่เหมือนหนึ่งในผู้ก่อเหตุจะไม่รู้สึกสำนึกผิด มีการตอบกลับมาว่า “รู้สึกผิดก็ได้” ซึ่งดูไม่มีความจริงใจ ตนจึงได้แนะนำไปว่าหากรู้สึกผิดก็ให้มามอบตัวกับตำรวจ และมาขอโทษน้องที่บาดเจ็บ
ขณะที่นายผดุง อายุ 52 ปี น้าเขย เล่าว่า หลังรู้เรื่องว่าหลานสาวถูกทำร้าย ตนจึงรู้สึกโมโห และตัดสินใจพาลูกชายและพรรคพวก รวม 5 คน ไปที่บ้านของหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุที่เป็นเด็กผู้ชาย ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน โดยเมื่อไปถึงลูกชายได้เข้าไปตบที่ศีรษะของผู้ก่อเหตุ พร้อมทั้งบอกว่าเป็นเด็กในหมู่บ้านเดียวกันแท้ ๆ ทำไมถึงไม่ช่วยหลานสาว จากนั้นฝั่งญาติของผู้ก่อเหตุเห็นเข้า จึงเกิดการปะทะคารม และตะลุมบอนกัน ซึ่งตนและลูกชายได้รับบาดเจ็บที่แขนเล็กน้อย
ส่วนต้นเหตุที่หลานสาวถูกลวงไปทำร้ายร่างกายนั้น ทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรู้สึกไม่พอใจที่หลานสาวไปปากโป้งบอกผู้ปกครองของหนึ่งในผู้ก่อเหตุว่าได้ออกไปเที่ยวกลางคืนด้วยกัน จึงเป็นสาเหตุของการถูกทำร้าย ซึ่งตนอยากให้ตำรวจดำเนินคดีเอาผิดกับกลุ่มผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด
ต่อมา เวลา 11.00 น. กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมด 8 คน ได้ทยอยเดินทางมาที่ สภ.พนมทวน เพื่อสอบปากคำกับตำรวจ ซึ่งทีมข่าวพยายามสอบถามสาเหตุที่ไปทำร้ายร่างกายผู้บาดเจ็บ แต่ไม่มีใครปริปากตอบ โดยหนึ่งในผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุ ยอมรับไม่ทราบเรื่องมาก่อนว่าลูกสาวไปก่อเหตุแบบนี้ พอมารู้ภายหลังก็รู้สึกเสียใจ ซึ่งเธอบอกว่าลูกสาวไม่ได้กลับบ้านมา 4 วันแล้ว และไปอาศัยอยู่กับกลุ่มเพื่อนที่ก่อเหตุ ซึ่งเธออยากฝากขอโทษแทนลูกสาวไปถึงครอบครัวเด็กที่บาดเจ็บ
ล่าสุด เบื้องต้น น.ส.อัตตพร นุตระ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการคุ้มครองสิทธิคดีค้ามนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมด ให้ข้อมูลว่าก่อนหน้านี้ ผู้เสียหายได้ทำการขโมยเสื้อผ้าของหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุ จึงเป็นต้นเหตุของเรื่อง ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุ อ้างว่าไม่ได้เป็นการรุมทำร้าย แต่เป็นการเข้าไปตบตีกันทีละคน แต่หากว่าตามกฎหมาย การที่ผู้ก่อเหตุมีมากกว่า 3 คน จะถือเป็นการรุมทำร้ายทันที
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ จะนำคดีเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายของเด็กและเยาวชน โดยไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้ตาม พ.ร.บ. ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของกรมคุ้มครองสิทธิ์ และจะมีการนัดสอบปากคำทั้งสองฝ่ายร่วมกับอัยการจังหวัด ก่อนดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ เพื่อส่งตัวไปยังสถานพินิจของจังหวัดต่อไป ส่วนผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุ มีสิทธิ์ยื่นขอประกันตัว แต่จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ว่าจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่