ข่าวเย็นประเด็นร้อน - การอภิปรายไม่ไว้วางใจวันแรก ถ้าช่วงเช้า การอภิปรายของ "บิ๊กป้อม" พลเอกประวิตร และคำตอบนายกฯ คือ สีสัน พอทำให้หลายคนมีรอยยิ้มได้ แต่หลังจากนั้น เรียกว่า อภิปรายกันอย่างดุเดือด มีการประท้วงกันตลอด โดยเฉพาะในช่วงที่ "นายวิโรจน์" อภิปรายเรื่องนายกฯ หนีภาษี
ในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ วันแรก (24 มี.ค.) เริ่มเข้มข้น ดุเดือดทันที เมื่อนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งได้รับเวลาการอภิปรายถึง 70 นาที ลุกขึ้นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในประเด็นมีพฤติกรรมการหลบเลี่ยงภาษี โดยใช้ช่องว่างทางกฎหมายทำนิติกรรมอำพราง หนีภาษีการรับให้ 218.7 ล้านบาท
นายวิโรจน์ ระบุว่า นางสาวแพทองธาร ได้หุ้นมาจาก พี่สาว พี่ชาย ลุง ป้าสะใภ้ และแม่ มูลค่ารวม 4,434.5 ล้านบาท ทั้งที่ไม่ได้จ่ายเงินเลยแม้แต่บาทเดียว แต่ออกตั๋ว PN ให้ โดยไม่กำหนดว่า จะจ่ายหนี้ค่าซื้อหุ้นเมื่อไหร่ และไม่คิดดอกเบี้ย ตกลงเป็นการซื้อหุ้น หรือ ได้หุ้นมาจากการให้กันแน่ เพราะถ้านางสาวแพทองธาร ได้หุ้นมาจากการให้ของคนในครอบครัว ก็ต้องเสียภาษีการรับให้กับรัฐ
นายวิโรจน์ อภิปรายทิ้งท้ายว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า ลำพังแค่จะทำหน้าที่ในฐานะปวงชนชาวไทย นางสาสแพทองธาร ยังทำให้ดี ตรงไปตรงมาไม่ได้ แล้วจะมีหน้ามาเป็นนายกฯ เป็นเยี่ยงอย่างที่ดีของประชาชนคนไทยได้อย่างไร ปากที่เคยพูดว่ามีกินมีใช้ไปพร้อม ๆ กัน ที่แท้ก็คือการหาช่องว่างทางกฎหมาย เพื่อให้มีกินกันเฉพาะกงสีให้ได้อิ่มหมีเฉพาะตระกูล นางสาวแพทองธาร นายกหนีภาษี ไม่มีศักดิ์ศรีที่จะดำรงตำแหน่งต่อไปได้อีกแล้ว
หลังจากนี้จะต้องมีการร้องไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนในเรื่องนี้แน่ เชื่อว่าพฤติกรรมเช่นนี้ นางสาวแพทองธาร ก็ไม่รอด
กี้กี้ เป็นเหตุ ! เพื่อไทย จี้ วิโรจน์ ถอนคำพูด
ช่วงระหว่างที่นายวิโรจน์อภิปราย มี สส.จากฝั่งพรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะ ๆ ตลอดการอภิปราย เริ่มจากหนึ่งในองครักษ์พิทักษ์นายกฯ ครั้งนี้อย่าง นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย กำลังจะลุกขึ้นประท้วง แต่ถูกนายวิโรจน์สวนขึ้นมาว่า ก่อนประท้วง อยากให้ร้องกี้กี้ก่อนได้ไหม โดยนางนุชนาถ กล่าวว่า นายวิโรจน์ ไม่รู้สี่รู้แปด และให้นายวิโรจน์ ถอนคำพูดว่า "กี้กี้" ซึ่งนายวิโรจน์ก็ยอมถอนคำพูดว่า "กี้กี้"
วิโรจน์ เฉลย กี้กี้ คืออะไร
คำว่า "กี้กี้" ทำให้หลายคนพากันสงสัยว่า หมายถึงอะไร เพราะในสภาฯ ก็งง คนดูทางบ้านก็งงว่า คืออะไร จนหลังการอภิปราย นายวิโรจน์ ได้ทวิตข้อความผ่าน X เฉลยว่า "กี้กี้" ก็เหมือนลูกสมุนของขบวนการช็อคเกอร์ ที่เวลาออกมาจะร้อง "กี้กี้" เพื่อให้มดแดงซ้อมเล่น คั่นเวลาก่อนไรเดอร์คิกปีศาจตัวบอส
สรุปก็คือ "กี้กี้" ก็คือเสียงร้องของเสียงร้องของเหล่าสมุนตัวเล็ก ๆ ของตัวร้ายในการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ของญี่ปุ่น เช่น ไอ้มดแดง คาเมนไรเดอร์ ซึ่งสมุนพวกนี้เป็นลูกน้องของบอสตัวร้าน จะเข้ามาต่อสู้กับพระเอกก่อนบอส แต่จะถูกจัดการแบบง่าย ๆ ซึ่งนายวิโรจน์เปรียบองครักษ์พิทักษ์นายกฯในสภา ว่า เป็นเหล่าบริวารลูกของนายกฯนั่นเอง
ไม่ใช่แค่นั้น เพราะยังมี สส.เพื่อไทย อีกหลายคนลุกขึ้นมาประท้วง นายวิโรจน์ ทั้งนายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่มองว่า การอภิปรายของนายวิโรจน์ออกทะเลไปไกล ส่วนนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ที่บอกให้นายวิโรจน์ใจเย็น เพราะเหมือนคนสติแตก ขณะที่นายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่า ขอให้นายวิโรจน์ได้ใช้สมองด้วย ซึ่งนายวิโรจน์ ก็ประท้วงกลับเช่นกัน
นายกฯโต้ปมหนีภาษี ลั่นไม่เป็นความจริง
ส่วนในช่วงบ่าย นายกฯ ได้กลับเข้ามาในสภาฯ อีกครั้ง หลังจากลุกออกจากห้องประชุมไปในช่วงเช้า หลังพลเอกประวิตร อภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยนายกฯ ชี้แจงประเด็นการหนีภาษี ออกตั๋วสัญญาการใช้เงิน หรือ ตั๋ว PN ให้บุคคลในครอบครัวว่า ขอยืนยันว่า ได้ปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา และถูกต้องตามกระบวนการกฎหมายทุกอย่าง การกล่าวหาว่า นายกฯคนนี้ หนีภาษี ไม่เป็นความจริงเลย แม้ตนจะอายุน้อยกว่าท่าน แต่มั่นใจว่า เสียภาษีให้รัฐมากกว่าท่านแน่นอน
ทำให้ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.พรรคประชาชน ลุกขึ้นโต้ทันทีว่า นายกฯ จะเสียภาษีมากกว่าใคร เป็นหน้าที่ของท่าน มั่นใจว่าคนไทย 60 ล้านคน เสียภาษีน้อยกว่าท่านทั้งนั้น แต่ไม่ว่าประชาชนจะเสียมากหรือน้อย ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่ากัน แต่การหนีภาษีต่างหากที่น่ารังเกียจ
สำหรับ "ตั๋วสัญญาการใช้เงิน" (Promissory Note) คือ เอกสารทางการเงินชนิดหนึ่ง ที่ใช้ในการกู้ยืมกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดย "ผู้ออกตั๋ว" จะทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรว่า จะใช้เงินจำนวนหนึ่งให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งภายในระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ยังมีตั๋วสัญญาอีกชนิดที่เรียกว่า "ตั๋วสัญญาใช้เงินตามความต้องการ" ตั๋วสัญญาประเภทนี้จะไม่มีกำหนดถึงวันสิ้นสุดการชำระเงินไว้ในตั๋วสัญญากู้เงิน แต่จะขึ้นอยู่กับผู้ออกกู้ว่า จะเรียกเก็บเมื่อไร
ยก บิ๊กป้อม-วิโรจน์ อภิปรายเด่น-นายกฯ สอบตก
ขณะที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ "คะแนนอภิปรายครึ่งวันเช้า" โดยให้คะแนน ผู้นำฝ่ายค้าน : ณัฐพงษ์ 6.5 เต็ม 10 เพราะยังอภิปรายราบเรียบ โดยพยายามให้ครอบคลุมประเด็นแบบกว้าง ๆ ยังไม่มีอะไรประทับใจมาก ยังไม่สามารถอธิบายคำว่า ดีลแลกประเทศได้ชัดเจน
ส่วน พลเอกประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประเด็นอภิปรายในเวลา 10 นาที นายสมชัยให้คะแนน 8 เต็ม 10 เพราะคุมเนื้อหาได้ดี ตีได้แรงในประเด็นไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีการทำนิติกรรมอำพราง ยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ ให้คะแนนความพยายามฝืนสังขารอภิปรายที่ทุกคนต้องลุ้นและปรบมือให้ตอนจบ
สำหรับ นายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ให้คะแนน 1 เต็ม 10 เพราะลุกขึ้นตอบไม่ถึงนาทีแบบไร้วุฒิภาวะ สร้างมุกตลก โดยใช้คำพูดในอดีตของพลเอกประวิตรสั้น ๆ ที่สมาชิกผู้อาวุโสกล่าวมานั้นไม่เป็นความจริง คงนึกว่าเฉียบคม แต่เป็นตลกที่ดิสเครดิตตัวเองว่า เหมาะไปวิ่งเล่นกับลูกมากกว่าเป็นนายกรัฐมนตรี
ส่วนนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคประชาชน ให้คะแนน 8.5 เต็ม 10 อภิปรายในประเด็นการยื่นทรัพย์สิน หนี้สินเป็นเท็จ การทำนิติกรรมอำพราง และการหลีกเลี่ยงภาษีของนายกรัฐมนตรีและคนในตระกูลชินวัตร เป็นผู้อภิปรายที่มีทั้งลีลาและเนื้อหา แต่บางส่วนก็เล่นและส่อเสียดจนเกินงาม
ธรรมนัส ชม บิ๊กป้อม พูดดี แต่ไม่ได้เจาะลึก
ขณะที่ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ซึ่งถือเป็นอดีตคนเคยรัก และเคยอยู่เคียงข้างพลเอกประวิตร เมื่อสมัยเคยอยู่พรรคพลังประชารัฐร่วมกัน มองการอภิปรายของพลเอกประวิตร ว่า ท่านอภิปรายตามสคริปต์ที่เตรียมมา โดยภาพรวมก็พูดดี แต่ไม่ได้เจาะสาระสำคัญหรือเจาะลึกรายละเอียด ต้องยอมรับสไตล์ความเป็นลุงป้อม ท่านเป็นสไตล์แบบนี้ เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ ส่วนรายละเอียดคงให้ สส.พรรคพูดมากกว่า ส่วนตัวมาฟังท่านพูดไม่ทัน เพราะติดภารกิจข้างนอก จนมาถึงตอนที่ท่านพูดเสร็จแล้ว
ส่วนบรรยากาศการอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันแรก ร้อยเอกธรรมนัส บอกว่า ความดุดันยุคที่ตนเป็นรัฐมนตรีอยู่ มีความเข้มข้นกว่า ดูแล้วข้อมูลพรรคร่วมฝ่ายค้าน อาจจะเป็นแต่ละพรรคต่างคนต่างทำ บางพรรคเพิ่งอภิปรายไป อีกพรรคก็ลุกขึ้นมาพูดประเด็นเดิม ทำให้เนื้อหาซ้ำซาก อย่างไรก็ตาม คิดว่า นายกรัฐมนตรี จะได้รับคะแนนล้นหลามอยู่แล้ว
สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันนี้ (24 มี.ค.) ซึ่งเป็นวันแรก ฝ่ายค้านจะใช้เวลา 17 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาลรวมกับ ครม. จะใช้เวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง และประธานในที่ประชุมจะใช้เวลา 1 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้นจะเป็น 21 ชั่วโมงครึ่ง คาดว่าจะเลิกอภิปรายในเวลา 05.30 น.ของวันที่ 25 มีนาคม จากนั้นจะกลับมาเปิดการประชุมอีกครั้งในเวลา 08.00 น. วันเดียวกัน ซึ่งในวันที่ 25 มีนาคม จะเริ่ม 08.00 น.แล้วจะเลิกการประชุมในเวลา 23.30 น. ก่อนจะมีการลงมติในวันที่ 26 มี.ค. เวลา 10.00 น.