อนุทิน แจงปมที่ดินอัลไพน์-เขากระโดง แทนนายกฯ ยันรัฐบาล-มหาดไทย ไม่ใช่กิจการของคนใดคนหนึ่ง หรือครอบครัวของใคร ไม่สามารถแบ่งปันผลประโยชน์กันได้ กรมที่ดินทำตามกฎหมายทุกประการ จบด้วยคำว่า “สู้ ๆ แพทองธาร”
วันนี้ (24 มี.ค.68) ในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลวันแรก นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงข้อกล่าวหากรณีที่ดินเขากระโดง และที่ดินอัลไพน์ หลังจากในช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้อภิปรายได้มีการผูกทั้ง 2 เรื่องนี้ว่ามีการเอื้อประโยชน์ครอบครัวนายกรัฐมนตรี และตนเองในฐานะกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย
นายอนุทิน กล่าวว่า ขอความเข้าใจกับประชาชนว่า รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยไม่ใช่กิจการของคนใดคนหนึ่ง หรือครอบครัวของใคร ดังนั้นไม่สามารถแบ่งปันผลประโยชน์กันได้ ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีไม่เคยแทรกแซง หรือสั่งการใด ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ให้กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย หรือตนทำการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทอัลไพน์ หรือบุคคลในครอบครัวนายกรัฐมนตรีสักครั้งเดียว
“การเพิกถอนสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามกอล์ฟอัลไพน์ ปัญหาดังกล่าวนี้ยืดเยื้อมากกว่า 20 ปี ผ่านมาหลายรัฐบาล มีคำพิพากษาของศาล มีบุคคลหลายคน ต้องโทษในคำพิพากษาไปแล้ว แต่การเพิกถอนเอกสารสิทธิ์นั้น ได้มายุติในรัฐบารัฐบาลชุดนี้ ด้วยนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ดำเนินการตามกฎหมาย ยึดความถูกต้องในการดำเนินอย่างเคร่งครัดเคร่ง”
นายอนุทินกล่าวว่า ตนได้ถามอธิบดีกรมที่ดินแล้วว่ามีความกดดันในการที่มีเรื่องดังกล่าวนี้หรือไม่ ก็ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่ได้มีความกดดันใด ๆ และยินดีที่จะปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ ดังนั้นแทนที่จะกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีทำเพื่อประโยชน์ของตนเอง และบุคคลในครอบครัว แต่แท้ที่จริงควรจะต้องชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่ได้ให้นโยบายต่อกระทรวงมหาดไทยและกรมที่ดิน ผ่านทางตน ให้ยึดถือกฎหมายเป็นหลัก โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลกระทบใด ๆ ที่จะส่งผลต่อตัวนายกรัฐมนตรี และครอบครัว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ไปแล้ว ซึ่งได้มีการลงนามโดยรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้มีอำนาจโดยตรงในการดำเนินการนี้ ขณะนี้นายกรัฐมนตรีและครอบครัว ถือเป็นหนึ่งในผู้เสียหายเช่นเดียวกับผู้ที่เป็นลูกบ้านในที่ดินอัลไพน์คนอื่น ๆ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็จะต้องไปใช้สิทธิ์ทางศาลเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับตนเอง และรับค่าทดแทนจากการกระทำนิติกรรมที่บกพร่องของของกรมที่ดินในอดีต
ส่วนปัญหาที่ดินเขากระโดงนั้น อนุทินชี้แจงว่า กรมที่ดินได้ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลปกครอง ที่ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 ขึ้นมาสอบสวน ผลอย่างไร ศาลไม่อาจก้าวล่วงได้ ซึ่งคณะกรรมการฯ ก็มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ฟ้องต่อศาลปกครอง ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย ยังคงสิทธิ์ไว้ที่จะไปดำเนินการฟ้องศาลต่อ
“ทั้งนี้ แม้แต่คำพิพากษาของศาล ยังระบุว่า ศาลไม่อาจก้าวล่วง แล้วนับประสาอะไรกับนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะสั่งการก้าวล่วงให้การดำเนินการอย่างอื่นแก่ข้าราชการในหน่วยงานต่าง ๆ ได้”
นายอนุทิน ยืนยันว่า การเพิกถอนที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ และปมปัญหาที่ดินเขากระโดงนั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด ไม่มีการตกลงแบ่งประโยชน์แม้แต่เล็กน้อย ซึ่งทั้ง 2 กรณีนั้น กรมที่ดินต้องดำเนินการตามคำสั่งของศาล และเป็นเรื่องเกิดขึ้นก่อนที่จะมีนายกรัฐมนตรี ชื่อ แพทองธาร ชินวัตร และตน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง
นายอนุทินชี้แจงว่า ข้อกล่าวหาของผู้อภิปราย นั้นไม่มีข้อเท็จจริง และไม่มีมูลแต่ประการใด ดังนั้นในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคร่วมพรรคหนึ่งขอชี้แจง และจบด้วยคำว่า “สู้ ๆ แพทองธาร”