สนามข่าว 7 สี - ญาติของผู้สูญหายหลายคนยังมีความหวัง แม้ใกล้เข้าสู่ 72 ชั่วโมงของการสูญหาย จากเหตุอาคาร สตง. พังถล่มจากแผ่นดินไหว
พ่อ-แม่ รอปาฏิหาริย์ให้ น้องเนย รอดชีวิต
นางดาระณี แม่ของ "น้องเนย" หรือ นางสาวอาทิตยา ยืนยาว อายุ 23 ปี ชาวอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ผู้สูญหายจากเหตุอาคารถล่ม กล่าวทั้งน้ำตาบอกว่า ยังคงมีหวังที่จะพบตัว "น้องเนย" แม้ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ
แม่ของ "น้องเนย" บอกว่า หลังลูกจบ ปวช. ก็หวังหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ ไปทำงานตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ จากนั้นไปทำงานที่ไซต์ก่อสร้างแห่งนี้ได้ 3 วันก่อนเกิดเหตุ
แม่ของ "น้องเนย" ยอมรับว่า รู้สึกสังหรณ์ใจที่ "น้องเนย" เอาเสื้อผ้ากับเครื่องสำอางไปน้อยชิ้น ที่สำคัญกระปุกออมสินที่เก็บไว้ที่หัวเตียงก็ไม่ได้เอาไป และบอกแม่ว่า "เก็บเอาไว้ไปทำบุญนะ"
ในวันเกิดเหตุไม่กี่นาทีก่อนอาคารถล่ม "น้องเนย" เพิ่งโทร.มาคุยบอกว่า กินข้าวอยู่ที่ชั้น 7 จนกระทั่งทราบข่าวว่ามีอาคารถล่ม
พอสอบถามญาติอีกคนที่ไปทำงานด้วยกัน บอกว่า ตอนนั้นตัวอาคารสั่น จึงวิ่งหนีกันลงมาทั้ง 6 คน 3 คนแรกวิ่งลงมา และกระโดดไปลานจอดรถได้ทัน แต่ 3 คนหลัง รวมถึง "น้องเนย" กำลังจะกระโดดไปลานจอดรถ แต่พื้นอาคารทรุดตัว และมีพื้นอาคารชั้นด้านบนถล่มลงมา
ภรรยาผู้สูญหายไม่หมดหวัง ขอให้สามีรอด
ที่ บ้านหนองแคน ตำบลหนองห้าง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ นางลภัสรดา นำธูปเทียนมาจุดบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพระแม่ธรณี ขอให้ช่วยพา นายสุขสวัสดิ์ หรือ "บัต" สามีที่สูญหายในเหตุอาคารถล่มกลับบ้าน
นายสุขสวัสดิ์ เป็นเสาหลักของครอบครัว ทำงานเป็นช่างไฟ หาเงินจุนเจือลูกสาว 2 คน อายุ 18 ปี และ 8 ขวบ ทั้งหมด เพิ่งเข้าไปทำงานในไซต์นี้ได้ 2 เดือน แม้จะมีอาการป่วยเรื้อรังจากเบาหวาน และ เก๊าท์ แต่ก็กินยาไม่ขาด
นางลภัสรดา บอกว่า ก่อนเกิดเหตุในช่วงกลางคืน ลูกสาวฝันว่า นายสุขสวัสดิ์ กับย่า (ที่เสียชีวิตไปแล้ว) ได้เดินเข้ามาในบ้าน จนกระทั่งช่วงบ่ายหลังเกิดเหตุอาคารถล่ม จู่ ๆ ลูกสาวก็ได้กลิ่นรองเท้าคล้ายกับกลิ่นของนายสุขสวัสดิ์ ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นลางไม่ดี
หมอดูทักลูกแค่เจ็บ แม่ยังรอปาฏิหาริย์
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของ นายวรากร ไชยนคร หรือ "น้องกร" อายุ 25 ปี ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน และเป็น 1 ในคนงานที่สูญหาย โดยได้พบกับ นางบุญธรรม ไชยนคร อายุ 66 ปี แม่ของ "น้องกร" เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า "น้องกร" เป็นลูกคนที่ 3 เพิ่งปลดประจำการทหารเกณฑ์ เพิ่งไปทำงานที่ไซต์งานนี้ เป็นเสาหลักหาเงินมาจุนเจือครอบครัว
หลังเกิดเหตุก็ติดตามข่าวต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีข่าวดี ส่วนตัวยังคงมีความหวัง ซึ่งได้ไปพบกับหมอดู และหมอดูทักว่า "ลูกของตนเจ็บหนัก มีแขนหัก"
ครอบครัว 2 นักศึกษา ภาวนาให้ปลอดภัย
ที่ บ้านแคน ตำบลโหรา อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นอีกหมู่บ้านที่มีผู้ที่สูญหายจากเหตุอาคารถล่ม 2 คน โดยทั้ง 2 คน เป็นนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด และไปฝึกงานที่ไซต์งานดังกล่าว
คนแรก คือ นายวรวุฒิ ศรีวุฒิ ครอบครัวยังคงมีหวังที่เจ้าหน้าที่จะพบตัว และภาวนาให้ปลอดภัย แต่หากเคราะห์ร้ายเสียชีวิต ก็คงต้องนำร่างกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด
นักศึกษาอีกคน คือ นายศักดิ์ชัย สุมาลี ซึ่งตอนนี้ที่บ้านเกิดมีแต่ญาติ เพราะพ่อกับแม่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ แต่เหล่าญาติ ๆ ต่างยังหวังที่จะพบตัว และติดตามข่าวต่อเนื่อง อีกทั้งยังใจชื้นอยู่เป็นระยะ เพราะได้ข่าวว่ามีชาวต่างชาติมาช่วย และพบสัญญาณชีพหลายแห่ง จึงบนบานศาลกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน พร้อมนำรูปถ่ายไปวางไว้บนหิ้งพระ พร้อมกับอธิษฐานขอให้ปลอดภัย
3 คน ครอบครัวเดียวกันสูญหาย ญาติยังมีหวัง
ที่ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ นางสุมาลี อายุ 87 ปี ยังคงรอคอยอย่างมีความหวัง หลังจากที่ลูกชาย คือ นายประยูร ขันติคำ, ลูกสะใภ้ และ หลานชาย รวม 3 คน ยังคงเป็นผู้สูญหายจากเหตุอาคารถล่มพร้อมกันถึง 3 คน
ขณะที่เหล่าญาติ ๆ ต่างมาเฝ้ารอฟังข่าวดีจากหน่วยงานราชการ เพราะเชื่อว่าอาจจะยังมีปาฏิหาริย์ ขณะที่คนในครอบครัวบอกว่า เคยฝันถึง นายประยูร และต้องตกใจตื่นกลางดึก เพราะได้ยินเสียง นายประยูรฯ มาเรียกให้ช่วยพากลับบ้าน
ด้าน นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าฯ ชัยภูมิ พร้อมกาชาดจังหวัดฯ ได้เดินทางไปมอบถุงยังชีพ และเงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน 3,000 บาท อีกด้วย