ใกล้ครบ 72 ชั่วโมงทอง ของการช่วยชีวิตผู้ประสบภัยตามหลักสากล เจ้าหน้าที่เร่งทำงานแข่งกับเวลา เพื่อค้นหาผู้สูญหาย ที่ยังติดค้างอยู่ภายในซากตัวอาคาร สตง. ขณะที่ตัวเลยผู้เสียชีวิต และสูญหายยังเท่าเดิม
วันนี้ (31มี.ค.68) เวลา 08.00 น. ทีมข่าว 7HD ยังคงเกาะติดสถานการณ์การปฏิบัติหน้าที่ของกู้ภัย ที่กำลังเร่งช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายในซากของอาคาร สตง. ในเขตจตุจักร กทม. ที่พังถล่มลงมา ซึ่งบ่ายวันนี้ก็จะครบ 72 ชั่วโมง เป็นเวลาที่ทุกคนไม่อยากให้ถึง เนื่องจาก 72 ชั่วโมง ถ้านับจากเวลานี้ไป จะมีเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ที่จะเป็นชั่วโมงทองของการช่วยชีวิตผู้ประสบภัย เป็นกรอบระยะเวลาของการกู้ภัยสากล ที่จะส่งสัญญาณว่า ทุกคนที่ติดอยู่ในซากมีความปลอดภัยเหลือน้อย
ภายหลังจากที่มีการตรวจพบสัญญาณชีพจรหลายจุดในซากอาคารที่พังถล่ม เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ประชุมร่วมกับทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยในการหารือถึงแนวทางปฏิบัติหน้าที่ ในการช่วยเหลือผู้ติดค้างอยู่ภายในตัวอาคาร ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปจุดต่าง ๆ พร้อมกับใช้เครื่องจักรขนาดเล็ก และทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ K9 ในทุกโซน โดยเฉพาะบนยอดของซากตัวอาคาร ที่ทางทีมกู้ภัยได้นำรถเครนยกกระเช้าลำเลียงเจ้าหน้าที่ลงบนยอด ก่อนจะลงมือใช้เครื่องจักรขนาดเล็กและมือเปล่า ขนย้ายหินและปูนออกจากตรงบริเวณที่ตรวจพบสัญญาณชีพจรด้วยความระมัดระวัง
ขณะที่ นายกิจติศักดิ์ สุวรรณบูรณ์ หัวหน้าควบคุมชุดปฏิบัติการ มูลนิธิปอเต็กตึ้ง เปิดเผยถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ในช่วงค่ำนี้ ว่า พบสัญญาณชีพจรในหลายจุด มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน กำลังเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยจะเน้นไปที่บริเวณโซน E คือ ยอดของซากตัวอาคาร ถึงแม้จะเจออุปสรรคหลายอย่าง แต่ก็ยังมีกำลังใจที่ดี
ส่วนสถานการณ์อัปเดตล่าสุด เช้าวันนี้ ณ เวลา 08.00 น. พบว่าจำนวนยังไม่เปลี่ยนแปลงจากเมื่อวาน คือ มีจำนวนผู้ประสบเหตุ 96 คน ผู้เสียชีวิต 11 คน เป็น ชาย 8 คน หญิง 3 คน ผู้บาดเจ็บ 9 คน และยังคงสูญหายอยู่ 76 คน